ฎีกาที่ 841/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้รับ จำนอง ฟ้องเรียกต้นเงิน จำนอง จำเลยนำเงินมาวางครบแล้ว ภายหลังผู้รับ จำนอง ฟ้องเรียกดอกเบี้ยการ จำนอง จากผู้รับทรัพย์ จำนอง นั้นอีกได้
ย่อยาว
เดิมนายซิมเต็งฮั้ว จำนอง เรือ 4 ลำไว้แก่โจทก์ ต่อมานายซิมเต็งฮั้วโอนเรือโป๊ะจ้ายย่งฮั้วเฮงให้แก่นายเป๊กจือ เรือกลไฟอั้งเต็งและนำเต็งให้แ่นายเฮียนเจ็ง ต้นเงินและดอกเบี้ย จำนอง ค้างชำระ โจทก์ได้ฟ้องเรียกฉะเพาะต้นเงิน จำนอง จากผู้รับโอนทั้ง 2 นั้น ในที่สุดผู้รับโอนได้ยอมวางต้นเงินที่ฟ้องเรียกนั้นทั้งหมด โจทก์ได้รับเงินไปจากศาลแล้ว ต่อมาผู้รับโอนทั้ง 2 นั้นต่างได้โอนเรือให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ บัดนี้โจทก์มาฟ้องเรียกดอกเบี้ย จำนอง ที่ค้างชำระจากจำเลยทั้ง 2 นี้ ศาลแพ่งพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิบังคับ จำนอง เอาเงินรายนี้ได้จากจำเลย จึงให้จำเลยใช้เงิน ถ้าไม่ใช้ให้ยึดเรือขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ได้ฟ้องคดีก่อนในทางบังคับให้ไถ่ถอนแล้ว สัญญา จำนอง ย่อมระงับไป จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าได้ดูคดีเดิมแล้วไม่ปรากฏว่าโจทก์สละสิทธิเรียกดอกเบี้ย การ จำนอง จึงยังไม่ระงับไปตามมาตรา 744(5) และยังไม่มีการแก้ทะเบียน จำนอง โจทก์จึงติตามเอากับเรือที่ จำนอง ไว้ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2483 นายเอ.อี.นานา. โจทก์ นางเยียกเอง แซ๋เล้า ที่ 1 ล. นายประเสริฐ รัตนวิโรจน์ ที่ 2 ป.พ.พ. ม. 744