ฎีกาที่ 70/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องโจทก์ กล่าวว่า จำเลยทำน้ำตาลเมามีแรงแอลกอล์สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุราไว้ในความครอบครอง โดยรู้สึกว่าเป็นของผิดกฎหมายและท้ายฟ้องระบุบทขอให้ลงโทษฐานมีด้วยนั้น ศาลลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาได้ในกรณีที่จับของกลางในเวลาจับตัวผู้กระทำผิดและไม่ได้อ้างของกลางมาเป็นพะยานวัตถุนั้น ไม่อยู่ในบังคับ แห่งมาตรา 101,102,103 และ 242
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันทำน้ำตาลเมามีแรงแอลกอฮอล์สามารถใช้ดื่อกินได้ เช่นเดียวกับสุราไว้ในความครอบครองของจำเลยโดยรู้สึกว่าเป็นของผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม กฎหมาย พรบ ภาษี ชั้นในจุลศักราช 1248 มาตรา 38 พรบ ภาษี ชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 มาตรา 7,8 กฎหมายลักษณอาญา ม. 63 และริบของกลาง ศาลชั้นต้น พิพากษา ลงโทษจำเลยตาม พรบ ภาษี ชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 มาตรา 8 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลย "ทำ" น้ำตาลเมา จะลงโทษ จำเลยฐาน "มี" น้ำตาลเมาไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้อง โจทก์ย่อมเข้าใจได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทำและมีน้ำตาลเมา เพราะฟ้องโจทก์กล่าวว่าไว้ในครอบครองของจำเลยโดยรู้สึกว่าเป็นของผิด กฎหมาย และท้ายฟ้องก็ระบุบทขอให้ลงโทษฐานมีน้ำตาลเมาด้วย จึงลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาได้ ส่วนที่จำเลย ฎีกาว่าการตรวจจับของกลางและการพิสูตร์แรงแอลกอฮอล์ไม่ได้ปฏิเสธตามประมวล กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 101,102, 103, 242 นั้น เห็นว่า กรณีนี้เจ้าพนักงานจับของกลางได้ขณะจับกุม ไม่ใช่กรณีค้นของกลางและมาตรา 242 นั้นเป็นเรื่องอ้างของกลางเป็นพะยานวัตถุซึ่งในคดีนี้มิได้มีการอ้างของกลางมาเป็นพะยานวัตถุ ข้อค้านของจำเลยเป็นอันตกไป จึงพิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2483 อัยยการชัยนาท โจทก์ นายโต แซ่ลิ้ม นายเซ่งฮวด จำเลย พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 ม. 38 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 ม. 8 ป.วิ.อ. ม. 192 (5) , ม. 101 , ม. 102 , ม. 103 , ม. 242 , ม. 158