ฎีกาที่ 221/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้าหลวงประจำจังหวัดรับเงินไปเพื่อจัดซื้อไม้ทำที่ว่าการอำเภอในจังหวัดที่ตนรับราชการอยู่ แล้ว ยักยอก เสีย มีผิดตามมาตรา 131 ผู้ออกใบรับเงินลงวันรับเงินย้อนหลังขึ้นไปอันไม่ใช่ความจริงนั้นไม่เป็นปลอมหนังสือ ในคดี ยักยอก โจทก์ระบุวันกระทำผิดมาในฟ้องว่าระหว่างวันที่เท่านั้นเท่านี้ในเมื่อไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดวันใดเป็นฉะเพาะแล้วฟ้องนั้นก็เป็นฟ้องตามประมวล วิธีพิจารณาอาญา ม.158(5) ได้จำเลยจะขอให้ยกฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ไม่ได้
ย่อยาว
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นข้าหลวง ประจำจังหวัดพังงาได้รับเงินจากนายบุญรอดเสมียนตราจังหวัดซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของ จำเลยไป 2 ราย ๆ แรกจำนวนเงิน 2800 บาท รายที่ 2 จำนวน 1500 บาทรวม 4300 บาท จำเลย ได้ทุจริต ยักยอก เอาไปเป็นของ จำเลยเสีย 1500 บาท ส่วนอีก 2800 บาท จำเลยได้แสดงใบรับเงิน ของยี่ห้อฮับฮวด ระบุว่าเป็นค่าไม้สร้างที่ว่าการอำเภอ เจ้าของยี่ห้อฮับฮวดรับว่าได้ทำใบรับเงินดังกล่าวให้ จำเลยจริง แต่ไม่ได้รับตัวเงิน และใบรับนั้นลงวันย้อนหลังขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่วันที่ออกใบรับ จำเลยทำใบกู้เงินจำนวนตรงกันให้ยี่ห้อฮับฮวดยึดถือไว้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณอาญามาตรา 71, 131,132,314 (2) (3),224,225,227,229,230 พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉะบับที่ 3 ) และที่ 4) ศาลชั้นต้นตัดสินว่าจำเลยมีผิดฐาน ยักยอก ทรัพย์ตามมาตรา 131 พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 มาตรา 3 จำคุก 3 ปี และผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญตามมาตรา 224 จำคุก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี จำเลยอุทธรณ์ในข้อ กฎหมายว่า ที่ ศาลชั้นต้น ลงโทษ จำเลยตามมาตรา 131 นั้นไม่ชอบเพราะ จำเลย ไม่มีหน้าที่รักษาเงิน หรือทรัพย์สิน จำเลยเป็นแต่รับหรือยืมไปจ่ายในฐานะเป็นผู้แทนกรมการจังหวัดพังงา ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตาม ศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยขณะ นั้น เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด และรับเงินไปเพื่อจัดซื้อไม้ทำที่ว่าการอำเภอในจังหวัดที่จำเลยรับราชการประจำอยู่ เป็นการถือได้ว่ามีหน้าที่ตามมาตรา 131 เมื่อจำเลย ยักยอก เอาเงินจำนวนนี้เป็นของจำเลย ๆ ก็ต้องมีผิดตามมาตรา 131 ส่วนความผิดตามมาตรา 224 ที่ ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยมานั้นปรากฏว่าใบรับเงินราย 2800 บาทเป็นใบรับที่แท้จริงของยี่ห้อฮับฮวดทำให้แก่จำเลยการที่ราษฎรธรรมดาทำเอกสารอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นโดยจดข้อความเท็จลงไปนั้น ถ้ามิได้เจตนาให้เป็นหนังสือปลอม ย่อมจะลงโทษฐานปลอมหนังสือไม่ได้ และจำเลยไม่ได้ทำใบรับปลอมขึ้นอย่างไร ฉะนั้นจำเลยย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา 224 อนึ่งในข้อหาฐาน ยักยอก ตามมาตรา 131 การที่ โจทก์ระบุวันกระทำผิดมาในฟ้องว่าระหว่างวันที่ เท่านั้นเท่านี้ในเมื่อไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดวันใดเป็นฉะเพาะแล้วฟ้องนั้นก็เป็นฟ้องตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 (5) ได้ จำเลยจะขอให้ยกฟ้องตาม ประมวล วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161 หาได้ไม่ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 131 จำคุก 3 ปี ส่วน ข้อหาฐานปลอมหนังสือให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2483 อัยยการ พังงา โจทก์ หลวงนรกิจกำจร จำเลย ป.อ. ม. 131 , ม. 222 , ม. 224 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) , ม. 161 พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2476 ม. 19 , ม. 21