ฎีกาที่ 219-220/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้าหลวงปรำจังหวัด ยักยอก เงินของรัฐบาลอุดหนุนเทศบาลซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนนั้นเป็นผิดตามม.131 เขียนข้อความในใบรับลงวันย้อนหลังขึ้นไปผิดจากความจริงแล้วให้ผู้ออกใบรั้บเช็นนั้นผู้เขียนในมีผิดฐานปลอมหนังสือ ความผิดฐาน ยักยอก โจทก์ระบุวันที่จำเลยรับเงินไปและวันที่จำเลยยืมเงินมาใช้แม้มิได้ระบุวันเวลาที่จำเลย ยักยอก ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ในคดีที่จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยในบาทมาตราที่ศาลชั้นต้นไม่ลงโทษนั้นไม่ได้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลย 2 กระทง กะทง 1 ๆ ไม่เกิน 5 ปี แม้ 2 กะทงรวมกันเกิน 5 ปี ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
ย่อยาว
ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดมีหน้าที่บังคับบัญชากิจการและข้าราชการรวมทั้งเสมียนตราจังหวัดและควบคุมกิจการของเทศบาลเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2481 จำเลยเรียกเอาเงินของรัฐบาลในประเภทอุดหนุนเทศบาลไปจากเสมียนตราจังหวัด 2500 บาท จัดซื้อของให้เทศบาลเพียง 1028 บาท 3 สตางค์นอกนั้นจำเลย ยักยอก ครั้นจำเลยถูกสอบสวนจำเลยได้นำเงินมาใช้แก่นายกเทศบาล 985 บาท 7 สตางค์ ยังขาดอยู่อีก 486 บาท 90 สตางค์ ในวันที่จำเลยนำเงินมาใช้แก่นายกเทศบาลดังกล่าวนั้นจำเลยได้เขียนใบสำคัญรับสิ่งของตามรายการในบัญชีและตัวเงิน 985 บาท 7 สตางค์ แล้วให้นายกเทศบาลลงนามเป็นผู้รับจำเลยเป็นผู้มอบเอกสารนี้ไม่ได้ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันทำเอกสารแต่ได้ลงวันย้อนขึ้นไปเป็นวันที่ 23 ตุลาคมทั้งจำเลยได้บอกนายกเทศบาลลงบัญชีเงินของเทศบาลลงวันที่ 23 ตุลาคม ตรงกับใบรับนั้นด้วยนายกเทศบาลได้ปฎิบัติตามที่จำเลยสั้งโจทก์แยกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ยักยอก สำนวนหนึ่งฐานปลอมหนังสือสำนวนหนึ่ง ศาลจังหวัดตะกั่วปาวินิจฉัยว่า ในสำนวนแรกจำเลยมีผิดตามมาตรา 131 และผิดตามมาตรา 319(3) อีกกะทงหนึ่ง ในสำนวนหลังจำเลยมีผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 229,230 ให้จำคุกสำนวนแรกตามมาตรา 131 ซึ่งเป็นบทหนักมีกำหนด 1 ปี ในสำนวนหลังตามมาตรา 229,230 มีกำหนด 5 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในสำนวนแรกส่วนสำนวนหลังเห็นว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา 229และ226 แต่ไม่มีผิดตามมาตรา 131 เพราะจำเลยมิได้จดข้อความเท็จปลอมในบัญชีเอง จึงพิพากษาแก้ฉะเพาะการวางบทลงโทษส่วนกำหนดโทษคงเดิม จำเลยฎีกาสำหรับข้อที่จำเลยคัดค้านว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้น ศาลฏีกาเห็นว่าแม้ฟ้องของโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงวันเวลาที่ จำเลยทำการ ยักยอก แต่ โจทก์ได้กล่าวถึงวันที่ จำเลยรับเงินไป และวันที่ จำเลยยืมเงินมาใช้ ย่อมเป็นการเพียงพอตามความหมายในมาตรา 158(5) แห่ง วิธีพิจารณา แล้วเพราะทรัพย์อยู่ในความปกครองของ จำเลย จำเลยจะ ยักยอก ไปเมื่อไรเป็นการยากที่จะรู้ สำหรับความผิดตามมาตรา 229 นั้นเห็นว่าจำเลยไม่มีผิด เพราะเอกสารนั้นนายกเทศบาลทำเป็นใบรับให้ จำเลยถือไว้หาใช่เอกสารของ จำเลยไม่ จำเลยเป็นเพียงผู้เขียนเท่านั้น นายกเทศบาลเป็นผู้ลงนาม จำเลย มิได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารนั้นในภายหลัง จึงไม่เป็นผิดตามมาตรา 229 ส่วนความผิดตามมาตรา 226 นั้นศาลชั้นต้นยกฟ้อง โจทก์ไม่ อุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดในกะทงโทษตามมาตรานี้ย่อมยุตติ ศาลอุทธรณ์จะ ลงโทษ จำเลยในมาตรานี้ไม่ได้ ส่วน ฎีกาข้ออื่น ๆ ของ จำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้าม จึง พิพากษาแก้ ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง โจทก์ในสำนวนหลัง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219 - 220/2483 อัยยการพังงา โจทก์ หลวงนรกิจกำจร จำเลย ป.อ. ม. 71 , ม. 131226 , ม. 229 , ม. 230 , ม. 319 (3) ป.วิ.อ. ม. 212 , ม. 158