ฎีกาที่ 1347/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในคดีอาญาที่โจทก์อุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์หยิบยกเหตุอื่นขึ้นยกฟ้องโจทก์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องยกข้ออุทธรณ์ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัย ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงคนละอย่างโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ เช่าซื้อ โค 2 ตัวไว้จากนางสง จำเลยมาหลอกลวงโจทก์ว่าเป็นโคของจำเลยหายมา จำเลยขอคืนถ้าไม่คืนจำเลยจะแจ้งต่อเจ้าหนักงานให้จับกุม โจทก์หลงเชื่อจึงยอมคืนโคให้ ภายหลังทราบว่าโครายนี้จำเลยให้นางสงไปต่างดอกเบี้ย ขอให้ลงโทษตามมาตรา 304 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ฟังตามคำพะยานโจทก์ว่าจำเลยให้โคแก่นายสงเป็นการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำการโอนกันถูกต้องตามกฎหมาย โคยังเป็นของจำเลยอยู่ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า โครายนี้เป็นโคเล็กยังไม่ต้องทำตั๋วพิมพ์รูปพรรณ์ การโอนไม่ต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยกโคให้นายสงหรือนายสงยืมไปใช้ คำพะยานยังโต้เถียงกัน ต้องถือว่าโคยังเป็นของจำเลยอยู่ จำเลยจึงไม่มีความผิด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์นั้น เห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีโดยเหตุผลอื่นแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อกฎหมายของโจทก์ ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2482 นายเปลื้อง พันอยู่ โจทก์ นายชม มาเจริญสุข จำเลย ป.อ. ม. 304 ป.วิ.อ. ม. 194 , ม. 219