ฎีกาที่ 1516/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่า ที่ดิน เป็นของโจทก์ตามหน้าโฉนด ศาลพิพากษายกฟ้องโดยมิได้ชี้ขาดว่าเป็นที่ของผู้ใดดังนี้ โจทก์นำคดีมาฟ้องขับไล่ใหม่โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของทางครอบครองได้.
ย่อยาว
ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท โดยอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามโฉนด แต่ปรากฎว่าที่พิพาทอยู่นอกโฉนด ศาลจึงพิพากษายกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบไม่สม คดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทนั้นอีกโดยอ้างว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในทางปกครอง ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ครั้งหนึ่งแล้วศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด โจทก์กลับมารื้อร้องฟ้องอีกไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อวินิจฉัยในประเด็นที่พิพาทเป็น+เหตุกับคดีก่อนและคำพิพากษาคดีก่อนไม่ได้ชี้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด คดีโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.148 จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จะเรียกว่าเป็นคดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.148 ไม่ได้ เพราะคดีก่อนโจทก์อ้างว่าเป็น ที่ดิน ในเขตต์โฉนด แต่คดีนี้โจทก์อ้างสิทธิครอบครอง จึงเรียกไม่ได้ว่าเป็นคดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2482 นางสาวบุญมา สุวรรณะ โจทก์ นายต้อ แซ่ฮึง นายเริญ ฮวดปากน้ำ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148 ป.พ.พ. ม. 1382