ฎีกาที่ 1453/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกเมื่อเกินอายุความ 1 ปีและจำเลยต่อสู้ว่ามฤดกนั้นได้แบ่งกันแล้วโดยต่างเข้าปกครองเป็นส่วนสัดโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนว่าโจทก์ปกครองทรัพย์มฤดกรายที่ฟ้องแบ่ง.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า นายนากนางอ่อน ตายายโจทก์มีที่บ้านแปลงหนึ่ง เมื่อ 45 ปีมาแล้วตายายโจทก์ตาย โจทก์จำเลยเป็นผู้รับมฤดกปกครอง ที่ดิน รายนี้รวมกันมาจนทุกวันนี้ บัดนี้โจทก์ขอให้แบ่งแยก จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การรับว่า ที่ดิน เป็นของนายนากนางอ่อนจริง จำเลยรับมฤดกปกครองที่รายนี้ตลอดมา ส่วนของโจทก์โจทก์ก็ปกครองมาต่างฝ่ายต่างไม่เกี่ยวข้องกัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบพะยานก่อน แล้วพิพากษาให้นางสูกโจทก์และนายปานจำเลยแบ่งที่วิวาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายปานจำเลยเถียงว่า เจ้ามฤดกตายมากว่า 40 ปีและได้ปกครองเป็นส่วนสั รับมฤดกต่อกันมาเกิน 1 ปีแล้วโจทก์เสียสิทธิ์ จึงต้องมีหน้าที่นำสืบก่อนจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกเมื่อเกินอายุความ 1 ปี โจทก์ต้องแสดงว่าตนครอบครองทรัพย์มฤดกที่ยังมิได้แบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1784 เมื่อจำเลยต่อสู้ว่า มฤดกรายนี้ได้แบ่งกันแล้วโดยเข้าปกครองเป็นส่วนสัด โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบก่อน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1453/2482 นางสุก ควรบำรุง นางพันควรบัณฑิตย์ โจทก์ นายปาน ควรบัณฑิตย์ นางหวลวิลาศเหลือ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 243 (2)