ฎีกาที่ 812/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนว่าต้องจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนนั้น ถ้าไม่จ่ายภายใน 1 เดือนก็ถือว่าผิดสัญญามิพักต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้อีก. ประมวลวิธีพิจารณาแพ่งการแปลเอกสาร อำนาจฟ้อง ประมวลแพ่งฯมาตรา 113 สัญญาที่มีข้อความตัดอำนาจคู่สัญญามิให้ฟ้องร้องยังโรงศาล ข้อความนั้นเป็นโมฆะกรรม
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนได้ทำสัญญาจ้างเหมาโจทก์ขุดดินถมถนนทางหลวงสายสมุทรปราการ-แปดริ้ว เป็นเงินประมาณ 39,520 บาท และจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2480 สำหรับการจ่ายเงินค่าจ้างมีสัญญาข้อ 11 ว่า "ผู้รับเหมาต้องได้รับเงินค่าจ้างที่รับเหมาทำการงานเป็นรายเดือน คือในเดือนหนึ่งผู้รับเหมาทำการงานเสร็จไปแล้วเท่าใด กรมโยธาเทศบาลต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้ภายในเวลาอันสมควร" และในสัญญานี้มีข้อ 19 ที่ว่า ฯลฯ ถ้ามีการพิพาทโต้เถียงกันในระหว่างคู่สัญญา ๆ มอบให้อธิบดีกรมโยธาเทศบาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดและคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมปฏิบัติตามคำชี้ขาด ซึ่งอธิบดีกรมโยธาเทศบาลตัดสินนั้นทุกประการ บัดนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดสัญญาข้อ 11 คือโจทก์ได้ขุดดินถมถนนไว้แล้วเสร็จเป็นดิน 43,374.80 เมตร์ลูกบาศก์ คิดเป็นเงิน 8,241 บาท 21 สตางค์ ซึ่งจำเลยได้ไปวัดตรวจสอบถูกต้องแล้วแต่หาจ่ายเงินให้โจทก์เป็นรายเดือนตามกำหนดเวลาไม่ จนถึงวันฟ้องล่วงมา 3 เดือนเศษ โจทก์ได้รับความเสียหายและโจทก์ได้บอกเบิกสัญญากับจำเลยกับขอเงินค่าขุดดินเสร็จจำนวนดังกล่าวแล้ว กับค่าขุดดินซึ่งโจทก์ทำแล้วแต่จำเลยไม่ไปวัดตรวจสอบอีก 510 บาท 15 สตางค์ เงินวางประกัน 1980 บาท กับเงินที่จำเลยยึดไว้อีก 200 บาท แต่จำเลยไม่คืนเงินและไม่ยอมเลิกสัญญากับโจทก์ โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนทั้งหมดนี้พร้อมกับผลกำไรซึ่งโจทก์จะได้จากงานขุดดินที่ยังเหลืออีก 2640 บาท และค่าเสียหายและให้โจทก์กับจำเลยเลิกสัญญากัน จำเลยให้การว่ามีสัญญาจริงดังฟ้องแต่ไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาข้อ 11 เพราะข้อสัญญานั้นมีข้อกำหนดให้จำเลยจ่ายเงินภายในเวลาอันสมควรและตามที่ปฏิบัติต่อกันมา ทั้งในการจ่ายเงินครั้งสุดท้ายนี้จำเลยก็ได้เสนอให้โจทก์มารับเงินภายในเวลาอันสมควร ส่วนจำนวนเงินอื่น ๆ ที่โจทก์เรียกร้องจำเลยก็ปฏิเสธว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะเรียก กับตัดฟ้องว่าตามสัญญาข้อ 19 ข้อพิพาทในคดีนี้ อธิบดีกรมโยธาเทศบาลยังหาได้ชี้ขาดไม่ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องจำเลย ศาลแพ่งเห็นว่าข้อตัดฟ้องตามสัญญาข้อ 19 นั้นฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวต่อโจทก์ วินิจฉัยฉะเพาะจำเลยที่ 1 และเห็นว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาข้อ 11 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามสัญญาข้อ 11 นั้นกำหนดให้จ่ายเงินค่าจ้างเป็นรายเดือน จำเลยไม่จ่ายจึงเป็นการผิดสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเสียได้ตาม ประมวลแพ่ง ม.388 โดยมิพักต้องบอกกล่าวตามมาตรา 387 ส่วนข้อตัดฟ้องตามสัญญาข้อ 19 ก็เห็นว่าฟังไม่ขึ้น เพราะสัญญาข้อนี้ไม่ตัดอำนาจโจทก์ที่จะฟ้องร้อง จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นให้โจทก์จำเลยเลิกสัญญา เงินค่าจ้างที่พิพาทซึ่งจำเลยได้นำมาวางศาลแล้วนั้นให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน กับให้จำเลยคืนเงินวางประกันกับเงินที่จำเลยยึดไว้ให้โจทก์ ส่วนค่าขุดดินที่ทำแล้ว กับผลกำไรนั้นยังไม่แน่นอนไม่บังคับให้ โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า ในปัญหาข้อตัดฟ้องตามสัญญาข้อ 19 นั้นตามข้อสัญญาเป็นที่เข้าใจว่าตราบใดที่ยังไม่มีการผิดสัญญาขึ้น แต่เกิดมีข้อพิพาทโต้เถียงกันแล้ว คู่สัญญายอมให้อธิบดีกรมโยธาเทศบาลชี้ขาด แต่ถ้าหากได้มีการประพฤติผิดสัญญาขึ้นแล้ว ตามกฎหมายย่อมเกิดสิทธิฟ้องร้องขึ้นทันที หาอยู่ในบังคับสัญญาข้อ 19 นี้ไม่ แต่ถ้าแม้จะให้ถือว่าข้อสัญญาห้ามไม่ให้ฟ้องร้องก็อาจขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนซึ่งเป็นโมฆะ คดีนี้เป็นเรื่องผิดสัญญา ฉะนั้นข้อตัดฟ้องโดยสัญญาข้อ 19 จึงตกไป ส่วนสัญญาข้อ 11 นั้นเห็นว่าตามข้อสัญญา โจทก์ต้องได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน คือโจทก์ต้องได้รับค่าจ้างทุกเดือน และจำเลยต้องจัดจ่ายเงินค่าจ้างให้ในเวลาอันสมควรจากวันที่ทราบจำนวนแน่นอนแห่งค่าจ้างที่จะต้องจ่ายในเดือนนั้น ๆ แต่ต้องไม่เกิน 1 เดือน ฉะนั้นคดีนี้จำเลยจึงประพฤติผิดสัญญาข้อ 11 ส่วนการที่โจทก์บอกเลิกสัญญานั้น เห็นว่าคดีนี้อยู่ในบังคับประมวลแพ่งฯ ม.388 อย่างบริบูรณ์ ซึ่งไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนฎีกาจำเลยนั้น เห็นว่าค่าราคาดินที่ขุดขึ้นยังไม่ได้วัดนั้น โจทก์เรียกเป็นค่าเสียหายไม่ใช่เป็นค่าจ้างจึงเรียกได้ ส่วนค่าเสียหายที่ควรจะได้ผลกำไรก็มีสิทธิเรียกได้ตามที่สืบได้ความ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์สำหรับค่า แรงงาน ที่ขุดดินถมแล้วค้างวัด 500 บาท 15 สตางค์ กับค่ากำไรที่ควรจะได้รับอีก 880 บาท นอกนั้นให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2482 นายจังฮะเม้งแซ่จัง โจทก์ กรมโยธาเทศบาลที่ 1 นายบุญธรรม มหาวสุที่ 2 จำเลย