ฎีกาที่ 405/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้รับ จำนอง เรือไว้จากบุคคลภายนอกเป็นประกันหนี้ต่างกัน 3 รายรวม 52000 บาท จำเลยได้รับโอนเรือนั้นมา จึงขอให้จำเลยส่งเรือมาขายทอดตลาดใช้หนี้และให้จำเลยใช้ค่าเช่าเรือด้วยคดีถึงที่สุด ศาลพิพากษาให้โจทก์บังคับ จำนอง เอาจากเรือได้ 9000 บาทและให้จำเลยใช้ค่าเช่าเรือด้วยดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้แพ้คดีในที่สุด ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียม
ย่อยาว
เดิมโจทก์ฟ้องว่า ช.ได้ จำนอง เรือ 4 ลำไว้กับโจทก์เป็นประกันเงินกู้ 12000 บาท และเป็นประกันหนี้ จำนอง ที่ดินอีก 20000 บาท กับค่าซื้อข้าวสารอีก 20000 บาท จำเลยทั้ง 3 ได้รับโอนเรือทั้ง 4 ลำไว้จาก ช. จึงขอให้จำเลยส่งเรือมาขายใช้หนี้โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเช่าเรือด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์บังคับ จำนอง เอาจากเรือได้เพียง 9000 บาท เงินค่าซื้อข้าวสาร 20,000 บาทนั้นไม่เกี่ยวและให้จำเลยทั้ง 3 ใช้ค่าเช่าเรือให้โจทก์ด้วย ในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญา จำนอง ใช้ไม่ได้จึงให้ยกฟ้อง เมื่อคดีสู่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าสัญญา จำนอง ใช้ได้จึงย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ ค่าธรรมเนียมนั้นให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาครั้งที่ 2 คงแก้ฉะเพาะจำนวนค่าเช่าที่จำเลยจะต้องใช้นอกนั้นยืนตาม โจทก์ฎีกาต่อมาในเรื่องค่าซื้อข้าวสารและว่าศาลอุทธรณ์คิดค่าเช่าไม่ถูกต้อง แต่ศาลฎีกาคงพิพากษายืน ในชั้นนี้ต่างเถียงกันว่าฝ่ายไหนเป็นผู้แพ้คดีในที่สุด ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยเป็นผู้แพ้คดีในที่สุดตามคำพิพากษาศษลฎีกาครั้งแรก เพราะประเด็นยิ่งใหญ่อันเป็นข้อพิพาทก็คือโจทก์มีสิทธิเรียกเรือมาบังคับ จำนอง ได้หรือไม่ศาลได้พิพากษาเป็นคุณแก่โจทก์ทั้งว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าเช่าได้ด้วย และในกรณีเช่นนี้จะถือเอาความมากน้อยที่โจทก์ชนะหาได้ไม่ และไม่ปรากฎว่าโจทก์เรียกร้องเป็นจำนวนมากมายโดยมีเจตนาทุจจริตอย่างใด ที่ศาลล่างทั้ง 2 วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้แพ้คดีในที่สุดนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 405/2482 นาย เอ.อี.นานา โจทก์ นายเฮ่งซึง ที่ 1 นายเป๊กจือ ที่ 2 นายเฮียนเจ็ง ที่ 3 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 161