ฎีกาที่ 1300/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เอกสารรับรองหนี้ที่ผู้ขายรับเงินไว้จากผู้ซื้อเกินกว่าราคาของที่ขายให้นั้น มิใช่เป็นใบรับเงินอันจะต้องปิดอากรแสตมป์ตาม ม.3 แห่ง พ.ร.บ.อากรแสตมป์ พ.ศ. 2475 การยื่นเอกสารโดยได้แปลข้อความมาเป็นพะยานนั้นถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่คัดค้านว่าคำแปลนั้นไม่ถูกต้องแล้วฝ่ายที่ยื่นไม่จำต้องสืบพะยานบุคคลประกอบคำแปลเอกสารนั้น เมื่อบุคคลทำการค้าขายโดยใช้ยี่ห้อและใช้ตรานามยี่ห้อประทับแทนการลงลายมือเป็นปกติ การประทับตราเช่นนั้น ก็เสมอกับลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น อ้างฎีกาที่ 645/2475, ที่ 887/2479, เงินที่ผู้ซื้อของจ่ายเกินไปกว่าราคาของให้แก่ผู้ขายนั้น ไม่ใช่เงินทดรองอันมีอายุความฟ้องร้องตาม ป.พ.พ.ม.165 ข้อ 1
ย่อยาว
โจทก์จำเลยค้าขายติดต่อกันโดยจำเลยเป็นผู้ขาย โจทก์เป็นผู้ซื้อ โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จ่ายเกินไปกว่าราคาของให้จำเลยจากจำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินที่เรียกนั้น จำเลยฎีกา. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 1. ที่ว่าเอกสารรับรองหนี้ไม่ปิดอากรแสตมป์ตาม พ.ร.บ.อากรแสตมป์ 2475 ม.3 จึงรับฟังเป็นพะยานไม่ได้นั้น เห็นว่าเอกสารนี้เป็นหนังสือรับรองหนี้เงินเกี่ยวแก่ ซื้อขาย ข้าวหาใช่เป็นใบรับเงินอันจะต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมายที่จำเลยอ้างไม่. 2.ฯลฯ 3.เมื่อบุคคลทำการค้าขายโดยใช้ยี่ห้อและใช้ตรานามยี่ห้อประทับแทนการลงลายมือเป็นปกติ การประทับตราเช่นนั้นก็เสมอกับลงลายมือชื่อของบุคคลนั้นตาม ป.พ.พ.ม.9 4.ที่ว่าโจทก์ไม่มีพะยานบุคคลสืบประกอบคำแปลเอกสารหมาย 1 ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้โต้เถียงว่าคำแปลนั้นไม่ถูกต้องโจทก์จึงไม่จำต้องสืบพะยานประกอบ. 5.ที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามป.พ.พ.ม.165 ข้อ 1 เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่คิดบัญชีค้าขายกันแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์โดยจำเลยรับเงินจากโจทก์เกินกว่าราคาข้าวที่จำเลยส่งให้โจทก์ หาใช่โจทก์ฟ้องเรียกเงินทดลองให้จำเลยไม่ จึงนำ ม.165 มาใช้บังคับไม่ได้. 6. ฯลฯ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300/2482 นายฉ่างเกี๊ยดแช่เบ๊ ยี่ห้อบ่งชุ่นฮวด โจทก์ ขุนพงศ์พานิช ยี่ห้อป้อมกี่ จำเลย พ.ร.บ.อากรแสตมป์ พ.ศ.2475 ม. 3 ป.พ.พ. ม. 9 , ม. 165 ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 99