ฎีกาที่ 894/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บัญญัติให้สิทธิ์แก่ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิ์ของตนได้อยู่ก่อนที่อาจจะเรียกร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้เท่านั้นหากผู้นั้นไม่ฟ้องร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ์ สิทธิ์ของผู้นั้นก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม มาตรานี้หามีผลทำให้เสื่อมเสียสิทธิ์ของผู้นั้นอย่างใดไม่. ประมวลแพ่งฯ มาตรา 240 ซึ่งบัญญัติให้ฟ้องร้องใน 1 ปี หรือ 10 ปีนั้นเป็นเรื่องนิติกรรมซึ่งเกิดจากการฉ้อฉลที่ลูกหนี้กระทำโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบหาใช่บังคับในเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ในที่ดินไม่เรียกร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนของคนอื่นในที่ดินนั้นไม่.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่วิวาทนี้อยู่ในเขตต์โฉนดตราจองที่ 1602 ของจำเลยที่ 1 และที่วิวาทกับที่นอกวิวาทเดิมเป็นของบิดาจำเลยที่ 2 ๆ ได้ยกให้แก่จำเลยที่ 2 ๆ ครอบครองมากว่า 20 ปีคิดรวมทั้งบิดาจำเลยที่ 2 ด้วยเป็นเวลานานถึง 40 ปี. ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองที่วิวาทโดยอำนาจ ของตนเองมากว่า 20 ปีและถึงเวลาที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินโฉนดที่ 1602 นี้ให้โจทก์ก็ได้ครอบครองกว่า 9 - 10 ปีแล้ว จำเลยที่ 2 จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่วิวาทรายนี้ แม้การ ซื้อขาย ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงานก็ใช้ยันจำเลยที่ 2 มิได้ เพราะจำเลยที่ 1 ไม่มีกรรมสิทธิ์ผู้รับโอนจึงไม่มีสิทธิ์ดีกว่าผู้โอน จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยฉะเพาะแต่จำเลยที่ 1 คนเดียว ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยที่ 2 นั้นเสีย. ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยมากว่า 10 ปี แม้การยกให้กันปากเปล่าก็ได้กรรมสิทธิ์ได้ตามประมวลแพ่งฯ ม.1382 โจทก์รับโอนที่ดินจากจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริต จึงยกสิทธิ์มาลบล้างกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ที่มีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม. โจทก์ฎีกาข้อกฎหมาย ยกประมวลแพ่งฯมาตรา 1300 ขั้นมาคัดค้านว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่าโจทก์จดทะเบียนรับโอนที่ดินนี้มาจากจำเลยที่ 1 ตั้ง 8 ปี จำเลยที่ 2 ไม่เรียกร้องให้เพิกถอน เป็นพฤตติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ยินยอมต่อการที่จำเลยที่ 1 กับโจทก์ได้โอน ซื้อขาย ที่รายนี้ต่อกัน. ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลแพ่งฯ ม.1300 นี้บัญญัติให้สิทธิ์แก่จำเลยที่ 2 ที่เรียกร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนซึ่งโจทก์รับซื้อที่วิวาทจากจำเลยที่ 1 ได้เท่านั้นแต่ถ้าจำเลยที่ 2 ไม่เรียกคืนไม่ฟ้องร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยที่ 2 ก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม มาตรา 1300 หามีผลทำให้เสื่อมเสียสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใดไม่ที่โจทกืยกอายุความตาม ม.240 ซึ่งบัญญัติให้ฟ้องร้องใน 1 ปีหรือ 10 ปีขึ้นมาอ้างนั้นก็เป็นเรื่องนิติกรรมซึ่งเกิดจากกลฉ้อฉลที่ลูกหนี้กระทำโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบหาตรงกับคดีนี้ไม่และเทียบกันมิได้ โจทก์ยกมาตรา 2 บทนี้ขึ้นคัดค้านไม่มีทางชนะคดีจำเลยที่ 2 ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2482 นายเตี้ยน แซ่หวัน โจทก์ นางพริ้ง แซ่เลี่ยม กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 240 , ม. 1300. , ม. 1300