ฎีกาที่ 1312/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยมีอำนาจตั้งตัวแทนมาต่อสู้คดีในศาลแทนตนได้ และเมื่อตัวแทนมายื่นคำให้การแทนแล้วก็จะถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การไม่ได้ ประมวลแพ่งฯ ม.801 ไม่ห้ามการเข้าต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทน ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยทั่วไปจึงเข้าต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทนผู้มอบอำนาจโดยทั่วไปได้ในเรื่องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ศาลสูงจะสั่งให้แยกพิจารณาพิพากษาใหม่ฉะเพาะฝ่ายผู้รับโอนฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องให้พิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งผู้โอนด้วย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอน สัญญา ยอมความระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2-3 ซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นผู้แทน โดยกล่าวว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ จำเลยสมยอมกันทำนิติกรรมยอมความโดยจำเลยที่ 1 โอนสวนยางให้แก่จำเลยที่ 2-3 โดยรู้ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำให้การจำเลยที่ 1-2-3-4 ว่า การที่จำเลยที่ 4 ลงนามในฐานะเป็นผู้รับมอบฉันทะต่อสู้คดีแทนจำเลยที่ 2-3 นั้น อาศัยใบมอบฉันทะฉะบับหนึ่งซึ่งศาลเห็นว่ายังไม่พอที่จะถือว่า (คือข้อความไม่พอแสดงว่าได้มอบอำนาจให้ต่อสู้คดี) จำเลยที่ 4 มีอำนาจต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทนจำเลยที่ 2-3 จึงให้รับคำให้การฉะเพาะคำให้การของจำเลยที่ 1 ที่ 4 เท่านั้น ต่อมาจำเลยที่ 2-3 ซึ่งอยู่ปีนังมีหนังสือส่งคำให้การเป็นภาษาอังกฤษและมิได้ใช้แบบพิมพ์ศาล ๆ สั่งไม่รับและถือว่าจำเลยที่ 2-3 ขาดนัดชั้นยื่นคำให้การ และในชั้นพิจารณาจำเลยก็ขาดนัดอีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอน สัญญา ยอมความระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2-3 ให้ยกฟ้องฉะเพาะจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1-2-3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แปลหนังสือมอบฉันทะของจำเลยที่ 2-3 ฟังว่าหนังสือนั้นหมายถึงว่าให้จำเลยที่ 4 มีอำนาจต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทนจำเลยที่ 2-3 ได้ด้วย ฉะนั้นจำเลยที่ 2-3 จึงไม่ขาดนัด ที่ศาลว่าขาดนัดเป็นการปฏิบัติผิดวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243 ข้อ 2 จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉะเพาะที่ให้จำเลยที่ 2-3 แพ้คดี ให้พิจารณาพิพากษาคดีระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2-3 ใหม่ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ให้งดไว้ก่อน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีจำเลยที่ 2-3 ประการใดจึงให้ส่งมาให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในชั้นหลัง ศาลฎีกาฟังว่าใบมอบอำนาจของจำเลยที่ 2-3 พอแปลได้ว่าได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ + ต่อสู้คดีเป็นจำเลยแทนด้วยจริง นอกจากนี้ใบมอบอำนาจนี้เป็นใบมอบอำนาจทั่วไป ตามประมวลแพ่งฯ ม.801 ก็ไม่ห้ามการต่อสู้คดีในฐานะจำเลย จึงฟังว่าจำเลยที่ 2-3 ขาดนัดไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243 ศาลอุทธรณ์จะต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียก่อนทั้งฉะบับแล้วจึงจะสั่งให้พิพากษาใหม่ได้ คดีนี้มีจำเลยหลายคนแต่มีประเด็นร่วมเป็นอันเดียวกัน คือว่าการโอนที่ดินนี้เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าแยกพิพากษาแล้วจะเป็นว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นพิพากษาคดีของผู้โอนเสียตอนหนึ่งก่อน แล้วจึงพิพากษาคดีของผู้รับโอนอีกตอนหนึ่ง ซึ่งอาจขัดแย้งกันและไม่พึงเห็นว่าจะแยกออกจากกันได้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่สำหรับจำเลยทุกคนตามรูปคดี ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกานี้ให้คืนแก่คู่ความไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2482 กรมสรรพากร โจทก์ นายลิ่มยิ่มค้อที่ 1 กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 60 , ม. 243 ป.พ.พ. ม. 237 , ม. 801