ฎีกาที่ 1229/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ให้ผู้มีชื่อตัดไม้สักโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วจำเลยจัดการชักลากไม้นั้นออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้เสียค่า ภาษี ค่าตอและไม่ได้ตีตราฆ้อนเหล็กของเจ้าพนักงาน ทางพิจารณาไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ตัดหรือเป็นผู้ชักลากปรากฎแต่ว่าไม้มาอยู่ที่จำเลยดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยเป็นผู้ชักลากไม้นั้นตามข้อสันนิษฐานในข้อ 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักฯ ลงโทษจำเลยตามความในข้อ 3 ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า (ก) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2481 จำเลยใช้หรือจ้างวานนายคำกับพวกตัดไม้สักรวม 5 ต้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และ(ข)ระหว่างเดือนมีนาคมกับเดือนเมษายน 2482 จำเลยจัดการชักลากไม้สัก 5 ต้นนั้นออกจากป่าโดยไม่ได้เสีย ภาษี ค่าตอและไม่ได้ตีตราฆ้อนเหล็กของเจ้าพนักงาน จำเลยให้การว่าไม่ได้ใช้หรือจ้างวานนายคำกับพวกตัดฟันชักลากไม้ จำเลยได้รับอนุญาตให้ตัดฟันชักลากไม้สักยืนต้นและขอนนอน แต่ได้จ้างนายสุดใจเป็นผู้จัดการแทนตัวทุกอย่างโดยจำเลยไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องจำเลยพึ่งทราบว่าไม้ 5 ต้นนี้เข้ามารวมอยู่ในกองไม้ของจำเลยเมื่อเจ้าพนักงานมาพบไม้ 5 ต้นที่โจทก์หาเป็นไม้ที่ไม่มีตราของเจ้าพนักงานประทับให้ตัดฟันหรือชักลากจริงโจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลย 80 บาทตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักฯ ร.ศ.118 ข้อ 3 ลดเสียกึ่งหนึ่งคงเหลือ 40 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและ ภาษี ร.ศ. 118 ข้อ 5 มีข้อความชัดเจนว่า "ถ้าเจ้าพนักงานพบไม้ แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดชักลากเช่นนี้ ฯลฯ ถ้าไม่มีดวงตราประจำต้นให้ไต่สวนดู ถ้าไม้ตกอยู่แก่ผู้ใดให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ชักลากไม้จากป่า ผิด พ.ร.บ." คดีนี้โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยใช้ให้นายคำกับพวกชักลาก เมื่อปรากฎว่าไม้สัก 5 ต้นนี้ไม่มีตราของเจ้าพนักงานจับได้ปนอยู่ในกองไม้ของจำเลย ๆ จึงต้องมีผิดตามฟ้องข้อข จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2482 อัยยการสวรรคโลก โจทก์ นายสวรรณ เพ็ชร์ทองคำ จำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ม. 3 , ม. 5