ฎีกาที่ 764-765/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
+ผ้าไหมเทียมเข้ามา+ที่ไม่มีด่านศุลกากร+ไม่ใช่ทางที่อนุมัติ โดยได้เสีย ภาษี นั้น แม้จะโดย+รัฐบาลต่างประเทศ บังคับให้นำออกจากประเทศโดยการฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศก็ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร +27 จะอ้างเหตุจำเป็นตามกฎหมายอาญา ม. ++ ไม่ได้ และของนั้นต้อง+ริบด้วยเสมอ อ้างฎีกาที่ 118/2482 +ที่เคยเสีย ภาษี แล้วเมื่อนำ+ไปจากประเทศแล้วนำ เข้ามาอีกก็ต้องเสีย ภาษี ใหม่ ศาลล่างพิพากษาต้องกันปรับพันบาทและริบทรัพย์+หมื่นบาทเศษนั้น ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ +ที่ไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยนำผ้าไหมเทียมซึ่งยังมิได้เสีย ภาษี และมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านทางตำบลแม่สายอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย อันเป็นที่ซึ่งไม่มีด่านศุลกากรและไม่ใช่ทางที่อนุมัติให้นำสินค้าผ่านเข้ามา จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยนำของกลางเข้ามาเนื่องจากรัฐบาลอังกฤษบังคับให้จำเลยนำของกลางออกจากอาณาจักรอังกฤษ แต่ได้ความว่าที่ถูกบังคับนั้นเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายของจำเลย และจำเลยต่อสู้ว่าของรายนี้ได้เคยเสีย ภาษี ครั้ง 1 แล้ว ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ.ศุลกากรให้ปรับ 1000 บาทกับริบของกลางซึ่งมีราคาสำนวนละสองหมื่นบาทเศษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยจะอ้างเหตุจำเป็นตามกฎหมายลักษณอาญา ม.49 ขึ้นแก้ตัวไม่ได้ เพราะเกิดจากความผิดและการฝ่าฝืนกฎหมายของจำเลยเอง ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้นโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจนำของกลางเข้ามาซึ่งเป็นของที่ยังมิได้เสีย ภาษี และมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องอันเป็นผิดตาม ม.27 แล้ว จำเลยไม่อาจเสียเปรียบ อนึ่งคดีนี้แม้ศาลจะสั่งริบทรัพย์มีราคามากก็คงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จะนำวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 มาใช้บังคับไ่ได้ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าเคยเสีย ภาษี ของรายนี้ครั้ง 1 แล้วนั้น เมื่อจำเลยนำของรายนี้ออกไปแล้วก็ย่อมไม่มีสิทธินำเข้ามาอีก นอกจากจะได้เสีย ภาษี ใหม่และคดีเช่นนี้ศาลต้องริบของกลางเสมอตามมาตรา 34 จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764 - 765/2482 อัยยการเชียงราย โจทก์ นายกัลปาชิงที่ 1 นายละลาชิงที่ 2 นายกัลปาชิงที่ 3 จำเลย