ฎีกาที่ 1225/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่รับมอบหมายเงินไว้ 6 รายซึ่งต่างจำนวนต่างวันกันแล้วลงบัญชีรับไว้แต่เพียง 3 รายแรก เมื่อลงแล้วก็แทงจำหน่ายบัญชีว่าจ่ายให้แก่ตนเองเพื่อนำส่งคลังและจดลงไว้ด้วยว่าไม่มีเงินเหลือยกไป ผลที่สุดจำเลย ยักยอก เอาเงินนั้นทั้ง 6 รายดังนี้ ไม่เป็นผิดตามมาตรา 230
ย่อยาว
จำเลยเป็นเสมียนตราจังหวัดมีหน้าที่รักษาเงินของสภากาชาดสยาม จำเลยรับเงินไว้จากผู้นำส่ง 6 รายในวันเวลาต่างกัน จำเลยลงบัญชีรับเงินไว้แต่ 3 รายแรกเท่านั้นรายหลัง ๆ หาได้ลงไม่ รายที่ลงบัญชีรับเงินเมื่อลงแล้วจำเลยได้แทงจำหน่ายบัญชีว่าจ่ายให้แก่ตัวจำเลยเองเพื่อนำส่งคลัง และได้จดลงไปในบัญชีรับนั้นว่าไม่มีเงินเหลือยกไป แล้วในที่สุดจำเลย ยักยอก เอาเงินทั้ง 6 รายนั้นเป็นประโยชน์เสีย ศาลชั้นต้นลงโทษฐาน ยักยอก ตามกฎหมายอาญามาตรา 131,319(3) กะทงหนึ่งและฐานจดข้อความเท็จตามมาตรา 230 อีกกะทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องกะทงฐานจดข้อความเท็จนั้นเสีย คงลงโทษแต่ตามมาตรา 131 ฐาน ยักยอก กะทงเดียว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการจดบัญชีของจำเลยจะเรียกว่าจำเลยจดข้อความเท็จไม่ได้ เพราะจำเลยรับเงินเป็นราย ๆ ไปต่างวันต่างจำนวนกัน จำเลยลงบัญชีรับ 3 รายนั้นก็เป็นจำนวนเงินอันแท้จริง ที่จำเลยรับฉะเพาะ 3 รายนั้นส่วนรายอื่น ๆ ไม่ลงบัญชีด้วยจะถือว่าเป็นเท็จก็ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องจำเลยรับเงินรายใดจำนวนมากแล้วลงบัญชีแต่น้อย เงินที่ไม่ได้ลงบัญชีก็เป็นการไม่ลงบัญชี ไม่ใช่ลงบัญชีเท็จ ส่วนเรื่องแทงจำหน่ายเงินศาลอุทธรณ์ก็อธิบายไว้ชอบแล้ว (อธิบายว่าไม่เรียกว่าเป็นเท็จเพราะเป็นการที่จะปฏิบัติในภายหน้า) ข้อที่ว่า+บัญชีว่าไม่มียกยอดไปนั้นก็หมายถึงว่าไม่มียอดจำนวนเงินในบัญชียกไป ยังไม่เป็นจดข้อความเท็จจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2482 อัยยการพังงา โจทก์ นายบุญรอด คชถิตย์ จำเลย ป.อ. ม. 131 , ม. 319 , ม. 230