ฎีกาที่ 339/2482
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
มีคนมาบอกโจทก์ซึ่งเป็นพระภิกษุว่าจำเลยแอบดูโจทก์สังวาสกับสตรี โจทก์กับจำเลยจึงไถ่ถาม จำเลยพูดตอบโจทก์ว่าเห็นตริงได้เกิดโต้เถียงกันขึ้นจำเลยยังย้ำว่า "มึงเอากันจริง แล้วยังมาพาลหาเรื่องอีก" ดังนี้ถือว่าจำเลยมีเจตนา หมิ่นประมาท โจทก์
ย่อยาว
มีคนมาบอกโจทก์ว่า จำเลยแอบดูโจทก์สังวาสกัน ช. เมื่อโจทก์พบจำเลยจึงต่อว่าและโต้เถียงกัน จำเลยได้พูดว่า "มึงเอากันจริงแล้วยังมาพาลหาเรื่องอีก" โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวตอบโจทก์มีข้อความหมายว่าโจทก์ผู้เป็นภิกษุทำปาราชิก อันเป็นการ หมิ่นประมาท ตามมาตรา 282 และจำเลยอาจแลเห้นผลที่โจทก์อาจเสียชื่อเสียงได้ จึงต้องนับว่าจำเลยทำโดยเจตนาจริงอยู่โจทกืไปถามขึ้นก่อนแต่ก็ไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษ ทั้งไม่เข้าข้อยกเว้นตาม ม.283 และโจทก์ไม่ได้ท้าให้จำเลยสืบความจริงตาม ม.284 ด้วยจึงพิพากษาให้ปรับจำเลยตาม ม.282 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยไม่เพียงตอบคำถามของโจทก์โดยซื่อ จำเลยกล่าวยืนยัน+เขาให้เสื่อมเสียชื่อเสียงย่อมเป็นเจตนาตาม ม.43 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2482 พระภิกษุสนั่น เนตร์พินท โจทก์ นายเพี้ยน เงินรุ่งเรือง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 43