ฎีกาที่ 1116/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โทษกักกันเป็นโทษอาญา+านหนึ่งและเป็นโทษ+ความผิดโดยเอกเทศโจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นสำนวนปลีกขึ้นมาโดยลำพังขอให้ลงโทษกักกันสถานเดียวก็ได้ การจะลงโทษกักกันแก่จำเลยหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล ศาลอาจไม่ลงโทษกักกันแก่จำเลยซึ่งเคยกระทำผิด (อันเป็นเหตุร้าย) 2 ครั้งมาแล้วก็ได้
ย่อยาว
เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ ขอให้เพิ่มโทษและขอให้ลงโทษกักกันด้วยเพราะจำเลยกระทำผิดเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ควรแยกฟ้องขอให้กักกันจำเลยอีกสำนวนหนึ่ง ในคดีนั้นโจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นเอกเทศขอให้ลงโทษฐานกักกัน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโทษกักกันเป็นโทษสำหรับเพิ่มโทษในความผิดอื่นที่จำเลยกระทำลงกล่าวคือเป็นบทบัญญัติสำหรับเพิ่มโทษควบไปกับโทษในความผิดอื่นทำนองมาตรา 25 แห่งกฎหมายอาญาหาใช่เป็นโทษกำหนดสำหรับการซึ่งเป็นความผิดโดยลำพัง โจทก์จะฟ้องเป็นสำนวนปลีกขึ้นมาโดยลำพังมิได้ พิพากษาให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินว่าโทษกักกันเป็นโทษอาญาสถานหนึ่ง ไม่ใช่การเพิ่มโทษตาม ม.72 แห่งกฎหมายอาญา เป็นโทษในความผิดตามลำพัง โจทก์จึงฟ้องเช่นนี้ได้ แต่เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าจำเลยนี้ยังไม่มีสันดานเป็นผู้ร้ายจริง เพราะถึงแม้จำเลยจะเคยต้องโทษฐานรับของโจร 2 เดือนฐาน ลักทรัพย์ 1 เดือนก็ยังไม่ถึงขนาดร้ายแรง ยังไม่สมควรจะลงโทษจำเลยฐานมีสันดานเป็นผู้ร้าย จึงพิพากษายืนตามให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2481 อัยยการพังงา โจทก์ นักโทษชายปาน รัตนไชย จำเลย ป.อ. ม. 12 , ม. 25 , ม. 72 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม. 8 , ม. 9