ฎีกาที่ 166/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทำสัญญา ค้ำประกัน หนี้จำนองอีกชั้นหนึ่งนั้นย่อใช้ได้ตามกฎหมาย ผู้ ค้ำประกัน มีสิทธิที่จะขอให้เจ้าหนี้ซึ่งมีทรัพย์ของลูกหนี้จำนองไว้เป็นประกันเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินนั้นก่อนได้ อ้างฎีกาที่ 1313/2480
ย่อยาว
ได้ความว่า ก.ได้จำนองที่ดินไว้แก่โจทก์เป็นเงิน 5000 บาท ในการจำนองนี้จำเลยทำสัญญา ค้ำประกัน หนี้สินการจำนองไว้บัดนี้ ก.วายชนม์ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยผู้ ค้ำประกัน ใช้ต้นเงินหรือให้เอาที่ดินจำนองขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์ ขาดอีกเท่าใดให้โจทก์ใช้จนครบ จำเลยให้การว่าสัญญาจำนองขัดต่อประมวลแพ่งฯ ม.733 ที่แก้ไขใหม่ อนึ่งถึงแม้ว่าจำเลยจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อโจทก์บังคับการจำนองได้เงินไม่พอ จำเลยจึงขอใช้สิทธิของผู้ ค้ำประกัน ให้โจทก์บังคับชำระหนี้จากที่ดินรายจำนองก่อน ศาลฎีกาตัดสินว่า กฎหมายมิได้ห้ามการ ค้ำประกัน ในการจำนองจะทำสัญญากันไว้เป็นพิเศษก็ย่อมทำได้ แม้แต่ผู้จำนองเองก็ยังทำสัญญารับผิดเพิ่มจากราคาทรัพย์ที่จำนองได้ตามนัยฎีกาที่ 1313/2480 จำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยินยอมเข้ามา ค้ำประกัน ด้วยแล้วจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ แต่การที่โจทก์เลือกฟ้องผู้ ค้ำประกัน ก่อนนี้มีปัญหาเกิดขึ้นดังความเห็นของศาลอุทธรณ์ว่า ตามสัญญา ค้ำประกัน นี้จำเลยได้เข้ารับเป็นผู้ ค้ำประกัน ตามธรรมดาหรือยอมตนเข้าเป็นลูกหนี้รวม ซึ่งตามความในสัญญที่ว่า "ผู้ ค้ำประกัน ยอมใช้ให้แทน" แสดงให้เห็นว่าเป็นเงื่อนไขของการ ค้ำประกัน ตามธรรมดาเท่านั้น อันสาระสำคัญของการ ค้ำประกัน การจำนองซึ่งเจ้าหนี้มีหลักทรัพย์ยึดถือไว้เป็นประกันนั้น ตามธรรมดาต้องเข้าใจว่าการ ค้ำประกัน ก็เพื่อสำรองความผิดพลาดในทรัพย์หรือราคาของทรัพย์ที่ขาด เมื่อไม่ปรากฎว่าทรัพย์จำนองหายสูญไป เป็นแต่โจทก์ไม่จัดการบังคับเอาเองดังนี้ จำเลยจึงมีสิทธิตาม ม.690 ที่จะขอให้โจทก์บังคับเอากับทรัพย์สินจำนองก่อน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2481 หม่อมหลวงดวงแข สนิทวงศ์ โจทก์ นายแอคบาลซิงห์นารูรา จำเลย ป.พ.พ. ม. 114 , ม. 291 , ม. 680 , ม. 690 , ม. 691 , ม. 733