ฎีกาที่ 846/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์กู้เงินจำเลยไปตกลงกันใช้ข้าวแทนเงิน โจทก์ได้ตวงข้าวใข้หนี้จำเลยไปแล้วภายหลังจำเลยได้นำหนังสือกู้ซึ่งจำเลยยังมิได้คืนให้โจทก์มาฟ้องเรียกจากโจทก์ ๆ ตกลงยอมความใช้หนี้จำเลยตามฟ้องแล้วดังนี้ โจทก์ฟ้องเรียกข้าวหรือราคาข้าวจากจำเลยได้ในฐานลาภมิควรได้
ย่อยาว
เดิมโจทก์กู้เงินจำเลยไป 400 บาท โจทก์จำเลยให้ตกลงกันว่าโจทก์จะใช้และจำเลยจะรับข้าวแทนต้นเงินและดอกเบี้ยที่โจทก์เป็นหนี้โจทก์ได้ใช้และจำเลยได้ตวงข้าวไปรวมราคา 685 บาท 25 สตางค์ ต่อมาจำเลยได้ฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยจากโจทก์ตามหนังสือ สัญญา กู้ซึ่งจำเลยยังมิได้คืนให้โจทก์ โจทก์ทำ สัญญา ยอมความใช้เงินให้จำเลยตามฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกราคาข้าวที่จำเลยได้ตวงเอาไปฐานลาภมิควรได้ ศาลาอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ก็รับว่าจำเลยรับเอาข้าวไปเป็นชำระเงินกู้ตาม สัญญา เมื่อเป็นการชำระเงินกู้แล้ว การชำระหนี้นั้นก็มีผลอันจะอ้างกฏหมายได้ เป็นการชำระหนี้อันชอบทำใช่เป็นลาภมิควรได้ไม่การที่ทำ สัญญา ยอมความกันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังและไม่ใช่ประเด็นในคติเรื่องนี้ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่า สัญญา ยอมความที่โจทก์ทำให้จำเลยนั้น เป็นหลักฐานแสดงว่า จำเลนยในคดีนี้ไม่ได้ยอมรับข้าวแทนเงินชำระหนี้ เมื่อเป็นดังนี้จำเลยรับข้าวรายนี้โดยไม่มีค่าตอบแทนเป็นลาภมิควรได้ตามประมวลแพ่ง ฯ ม.406 วรรค 2 เพราะจำเลยได้ข้าวมาเพราะเหตุซึ่งมิได้าเป็นขึ้น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกข้าวหรือราคาข้าวคืนฐานลาภมิควรได้ จริงอยู่ในขณะจำเลยได้รับข้าวนั้นมีผลอันจะอ้างกฎหมายได้ แต่เมื่อจำเลยกลับฟ้องเรียกเงินโจทก์ มูลนั้นก็เป็นอันตกไป อนึ่งจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าตนได้รับข้าวรายนี้แทนเงินตาม สัญญา ตามคำให้การของจำเลยดูเหมือนจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้รับข้าวรายนี้แทนเงินตามมาตรา 321 แห่งประมวลแพ่ง ฯ ถ้าหากเป็นจริงดังนั้น กรรมสิทธิในข้าวรายนี้ยังอยู่กับโจทก์และโจทก์มีาสิทธิเรียกคืนได้อีกนัยหนึ่ง พิพากษากลับศาลล่างทั้ง 2 ให้โจทก์ชนะคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2481 นางทรัพย์ วงษ์เชื้อ โจทก์ นายคุน แซ่เฮง จำเลย ป.พ.พ. ม. 321 , ม. 406 , ม. 653 , ม. 850