ฎีกาที่ 661/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การตั้งตรัสท์ก่อนวันใช้ประมวลแพ่ง ฯ บรรพ 6 นั้น ย่อมมีผลใช้บังคับได้เสียเปล่าไปตามนัยฎีกาที่ ++/2481 มีชื่อในหน้าโฉนดที่ดิน 2 คน ไปทำสัญญาที่หอทะเบียนถอนที่ดินให้ประเภทยกให้ใส่ชื่อผู้รับ 6 คนและบันทึกไว้ในรายการหลังโฉนดว่าโอนให้ในฐานะตรัสตี และได้มีการปฏิบัติกันต่อมาในฐานะตรัสตีดังนี้ถือได้ว่าได้มีการตั้งตรัสตีขึ้นโดยชอบแล้ว หลักกฎหมายเรื่องตรัสท์ที่ศาลสยามรับมาใช้นั้นไม่มีบังคับว่าการตั้งตรัสตรีจะต้องทำเป็นตราสารตามแบบอย่างใดเป็นพิเศษ เจ้าของที่ดินตั้งตนเป็นตรัสตีจัดการในเรื่องที่ดินนั้นได้ตรัสตีร่วมย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนตรัสตีซึ่งทำผิดหน้าที่ได้ ตรัสตีเอาที่ดินของตรัสท์ไปวางเป็นประกันหนี้ส่วนตัวของตนและเก็บดอกผลในที่ดินนั้นไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเสียถือว่าตรัสตีนั้นกระทำผิดหน้าที่ ในคดีที่ฟ้องขอให้เพิกถอนตรัสตีนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น+ความฎีกาได้แต่ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย
ย่อยาว
ได้ความว่าเดิมโจทก์กับนายเช่งและพวกได้ออกเงินซื้อที่ดินไว้แปลงหนึ่งโดยมีความประสงค์ให้ถือเป็นทรัพย์กลางระวห่างคนแซ่เดียวกันเพื่อเก็บดอกผลรวบรวมไว้เอามาใช้จ่ายเส้นไหว้ปู่ย่าตายายตามประเพณีอื่น เมื่อ ร.ศ.131 โจทก์กับนายเช่งได้ไปทำสัญญาที่หอทะเบียนที่ดินใส่ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิเพิ่มขึ้นอีก 4 คนมีจำเลยและคนอื่น ๆ และในรายการหลังโฉนดได้บันทึกว่าโอนที่รายนี้ให้แก่บุคคลทั้ง 6 ในฐานตรัสตี ต่อมาจำเลยให้เอาโฉนดที่รายนี้ไปวางประกันเจ้าหนี้ส่วนตัวของจำเลยเก็บเอาผลประโยชน์ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียด้วย เวลานี้ผู้มีชื่อในโฉนดคงมีตัวเหลืออยู่ฉะเพาะโจทก์กับจำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนจำเลยจากหน้าที่ตรัสตีให้ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดให้ส่งมอบโฉนดและดอกผลที่เก็บไป ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้จำเลยฎีกาได้แต่ในข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงต้องฟังตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยได้รู้เห็นและเป็นตรัสตีด้วยผู้หนึ่ง ในข้อฎีกาที่ว่าการที่มีชื่อโจทก์จำเลยในโฉนดในฐานะเป็นตรัสตีจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนใช้ประมวลแพ่ง ฯ บรรพ 6 จึงต้องใช้กฎหมายก่อนประมวลแพ่ง ฯ บรรพ 6 บังคับ หลักกฎหมายเรื่องอำนาจและหน้าที่ของตรัสตรีมีอยู่ในสยามแล้วตามนัยฎีกาที่ 136/2481 ส่วนเรื่องที่ดินก็มี พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดินฉะบับที่ 2 ม.8 ฉะนั้นตามรายการที่บันทึกไว้หลังโฉนดและการปฏิบัติของจำเลยต่อมาเป็นหลักฐานเพียงพอว่าได้มีการตั้งตรัสตีขึ้นจริง เพราะตามกฎหมายสยามยังไม่ปรากฎว่าการตั้งตรัสตีจะทำเป็นตราสารตามแบบอย่างใด เมื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมาแต่แรกก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้ตั้งตนเป็นตรัสตี การที่โจทก์จำเลยมีชื่อในลักษณะเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นตรัสตีร่วมกัน การที่จำเลยประพฤติเช่นนี้ได้ชื่อว่าทำผิดหน้าที่ตรัสตี โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2481 นายเลี่ยงชุน แซ่เลี่ยง โจทก์ นายจง แซ่เลี่ยง จำเลย ป.พ.พ. ม. 801 , ม. 1686 ป.วิ.พ. ม. 248