ฎีกาที่ 1057/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐานโฆษณา หมิ่นประมาท นั้นไม่จำเป็๋นที่จำเลยจะต้องยืนยันว่าข้อความนั้นเป็นความจริง เมื่อข้อความที่จำเลยโฆษนาเป็นการใส่ความเขาแล้วจำเลยก็ต้องมีผิดโฆษณาในหนังสือพิมพ์เป็นการ หมิ่นประมาท ต้อง+ว่ามีเจตนาจงใจ หมิ่นประมาท แล้ว เว้นแต่จะนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานนี้ได้ ข้อความที่โฆษณาทั้งหมดมีหน้ากระดาษ ถึงแม้จะ+ข้อความอันเป็นการใส่ความอยู่เพียง 2 บรรทัดนับได้ว่ามีการ หมิ่นประมาท แล้ว
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์ภาษาจีน ได้ลงโฆษนาน่า โจทก์เป็นคนกบฏทรยศต่อชาติจีน ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลจีนจับได้ในสำนักของพวกทรยศต่อชาติ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน หมิ่นประมาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.282 วรรค 2 และ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2476 ม.38 ศาลชั้นต้นปรับ 100 บาท ศาลอุทธรณ์ปรับ 400 บาท จำเลยฎีกาว่าข้อความที่โจทก์ฟ้องถือไม่ได้ว่าเป็นการใส่ความเพราะไม่เป็นการยืนยันว่าความจริงได้เกิดขึ้น และโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยจงใจ หมิ่นประมาท โจทก์ และว่าการวินิจฉัยข้อความที่โฆษณาจะเอาฉะเพาะคำและตอนมาฟ้องไม่ได้ ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อต่อสู้เรื่องใส่ความนั้นฟังไม่ได้เพราะคำโฆษณานั้นพาดพิงถึงตัวโจทก์โดยชัดเจน และไม่จำเป็นที่จะต้องยืนยันว่าคำโฆษณานั้นเป็นความจริง การกระทำของจำเลยอยู่ในความมุ่งหมายแพ่งศัพท์ "ใส่ความ" ตาม ม.282 แล้ว อนึ่งการจงใจย่อมเกิดขึ้นแล้วจากการที่จำเลยใส่ความ หมิ่นประมาท โจทก์นั้นเอง โจทก์ไม่มีหน้าที่จะนำสืบในข้อนี้ ควรถือว่าการจงใจอยู่แล้ว เว้นไว้แต่จำเลยสามารถจะนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานได้ ส่วนข้อที่ว่าข้อความทั้งหมดมี 5 หน้าแต่ที่พาดพิงถึงโจทก์มี 2 บรรทัดเท่านั้น เป็นอันฟังไม่ได้เหมือนกัน เพราะเมื่อข้อความใน 4 หน้ากระดาษนั้นมีข้อความที่เกี่ยวข้องกับโจทก์ และเป็นการใส่ความตายกฎหมายโดยประจักษแล้วก็ต้องมีความผิด พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057/2481 นายเขียวทรงเขียว สีบุญเรือง โจทก์ นายเซ็กควั้น แซ่ห่อ จำเลย พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2476 ม. 38