ฎีกาที่ 221/2481
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ไปเป็นจำนวนมากและแจ้งรายละเอียดถึงชนิดน้ำหนักกับราคาทรัพย์ที่หายโดยชัดเจนดังนี้ ไม่เรียกว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ตามกฎหมายอาญา ม.295 จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้
ย่อยาว
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายอาญา ม.295 ให้จำคุก ร.ช. และ ซ.จำเลย 4 ปี ด. 5 ปี ช. และ บ.ให้ปล่อยตัวไป ร.และ ซ.จำเลยฎีกาว่าตามหลักฐานในสำนวนการกระทำของจำเลยเข้าบท ม.321 ศาลจึงควรต้องยกฟ้อง ส่วน ช. และ ด. จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ระบุรูปพรรณ์ของหายชนิดใดเท่าใด ศาลฎีกาตัดสินว่าตามฎีกาของ ร. และ ช. นั้น เมื่อศาลล่างทั้ง 2 ฟังต้องกันมาว่าเป็นการลักทรัพย์ ที่จำเลยเถียงว่าเป็นเรื่อง รับของโจร จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงซึ่งศาลฎีกาต้องถือตามศาลอุทธรณ์ตาม ม.222 แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา ฎีกาข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของ ซ.และ ด. นั้น เห็นว่าโจทก์ได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้ลักทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปเป็นจำนวนมากมีสายสร้อย แหวนปิ่น ล็อกเก็ต ต่างหู ซึ่งทำด้วยทองคำ และเข็มขัด กำไล สายกุญแจ ปิ่น กระดุมเสื้อซึ่งทำด้วยนาก เป็นเครื่องรูปพรรณทองคำหนัก 3763 บาท 3 สลึง ราคา 137,227 บาท 42 สตางค์ เครื่องรูปพรรณซึ่งทำด้วยนาก 139 บาท ราคา 2482 บาท 45 สตางค์กับธนบัตร์อีก 800 บาท รวมทั้งสิ้น 140,509 บาท 87 สตางค์ เมื่อโจทก์ฟ้องกล่าวถึงชนิดน้ำหนักกับราคาทรัพย์ที่หายดังกล่าวแล้วเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องพอให้จำเลยเข้าใจได้ดี ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบจึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2481 พนักงานอัยยการและนางเจี้ยบุ้นจึง นางริ้ว ทีประนาวิน ม.ล.ชม อิศรางกูร โจทก์ นางสาวชื้น ทวิวัฒนะ นายเบนีมาโดชิง นายซูเบดาร์ชิง นายดูลูกาชิง จำเลย ป.อ. ม. 295 , ม. 321 ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 192 , ม. 222 , ม. 218