ฎีกาที่ 727/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้รับ มรดก เอาทรัพย์อย่างอืนที่ใช้หนี้ให้แก่เจ่าหนี้นั้นเปฯการชำระหนี้ตาม ม. 321 ไม่ใช่เป็นสัญญาปราณีประนอมยอมความมารดาทำสัญญาแบ่ง มรดก ในส่วนตัวแลแทนบุตร์ผู้เยาว์แลได้ตกลงเอา มรดก ใช้หนี้ไปในระหว่างนั้น ภายหลังมารดาจะปฏิเสธว่าการตีใช้หนี้ไม่ได้ทำแทนบุตร์ด้วยนั้นไม่ได้
ย่อยาว
ได้ความว่า ช. โจทก็เป็นภรรยา ข. โจทก็นอกนั้นและจำเลยเป็นบุตร์ ข. ได้ตกลงทำสัญญาบ่งทรัพย์ มรดก กัน และต่างได้รับทรัพย์ที่แบ่งกันไปแล้ว ปรากฏว่าทองหนัก 13 บาท 3 สลึง ซึ่งเป็นของ ข. ตกอยู่ที่จำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้แบ่งทองรายนี้ให้โจทก็โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ยังมิได้แบ่งกัน ศาลอุธรณ์ฟังว่าผู้ตายเป็นหนี้จำเลยอยู่ ทองรายพิพาทนี้ผู้รับ มรดก ได้ยอมตีใช้หนี้ให้แก่จำเลยและจำเลยได้รับเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฏีกาว่า ถ้าจะฟังว่าได้มีการตกลง ข. โทจก์ก็หาได้ตกลงฐานเป็นผู้แทนเด็กที่เป็นบุตร์ด้วยไม่ แลว่าการตกลงรายนี้เป็นการปราณีประนอมระบังข้อพิพาทมิได้ทำเป็นหนังสือใช้ไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ช. เป็นมารดาเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร์โดยกำเหนิดอยู่แล้วย่อมมีสิทธิและหน้าที่จะทำความตกลงแทนบุตร์ของตนได้โดยชอบ จะปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่ แลเห็นว่ามูลกรณีมิใช่เป็นเรื่องปราณีประนอมยอมความ เมื่อจำเลยยินยอมรับเอาทองนั้นแล้ว หนี้ก็เป็นอันระงับไปตาม ม. 321 จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2480 นางเชย พาณิชจะ ในส่วนตัวและเป็นผู้แทนโดยขอบธรรมเด็กชายสีทอง เด็กชายโพธิสี เด็กชายนวลสีบุตร์-จ นายลี้ พาณิชจะ-ล ป.พ.พ. ม. 21 - 321 -