ฎีกาที่ 393/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อศาลเห็นสมควรจะเรียกอะไรมาเป็นพะยานหลักฐานเพื่อประกอบพิจารณาคดี ก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะกระทำได้ การครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยอำนาจของผู้อื่นแม้จะเป็นเวลานานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ อายุความฟ้องเรียกทรัพย์ที่ เช่า คืนมีกำหนด 10 ปี
ย่อยาว
ได้ความว่าเมื่อประมาณ 4 ปีมาแล้วจำเลยได้ เช่า เรือเอี้ยมจุ๊นของโจทก์ไปบรรทุกหิน แล้วจำเลยกลับลงชื่อเป็นเจ้าของเสียเองโจทก์จึงฟ้องเรียกเรือคืนจากจำเลยอยู่ ศาลล่างทั้ง 2 ฟังว่าเรือรายพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเรือให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลเรียกใบทะเบียนเรือจากจำเลยโดยไม่มีใครอ้างเป็นการผิดกระบวนพิจารณา แลว่าเรือตกมาอยู่แก่จำเลย 6-7 ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะเรียกหลักฐานอะไรมาเป็นพะยานของศาลก็ได้ ไม่ผิดกระบวนพิจารณา และเห็นว่าจำเลยครอบครองเรือโดยอำนาจโจทก์ แม้จะเกิน 5 ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ แลคดีนี้โจทก์ก็เรียกเรือคืนลายในกำหนดอายุความ 10 ปีจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2480 นายง่วนกุ้ย แซ่คู โจทก์ นายเกว๋งกี่ แซ่เงี้ยม จำเลย ป.พ.พ. ม. 1382-164 ป.วิ.พ. ม. 86