ฎีกาที่ 329/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาลวงอันตกเป็นโมฆะตาม ม.118 การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยึดทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษานั้นย่อมทำให้อายุความเรื่องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลสดุดหยุดลงตาม ม.173
ย่อยาว
ชั้นเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ 800 บาท และได้ยื่นคำร้องขอให้ยื่นทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษา เพราะจำเลยทำการยักยองทรัพย์ โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่นางไล้ผู้ร้องไป ศาลไต่สวนแล้วสั่งให้ยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาได้ และในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงิน 800 บาท กับดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าที่ดินโฉนดที่ 3192 ที่โจทก์นำยึดนั้นได้เป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้ทราบการโอนทรัพย์รายนี้มาเกือบ 2 ปี มิได้ว่ากล่าวกับผู้ร้องเสียภายในกำหนด 1 ปีตามประมวลแพ่ง ฯ ม.240 จึงสั่งให้ถอนการยึดที่ดินคืนให้ผู้ร้องไป ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการโอนรายนี้มิได้โอนกันจริงจัง ทำกันพอเป็นพิธีเพื่อป้องกันมิให้ถูกยึด ส่วนอายุความนั้นคู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้เลยตาม ม.193 ศาลจะยกมาเป็นมูลยกฟ้องมิได้ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ศาลฎีกาตัดสินว่า การโอนขายรายนี้มิได้เจตนาทำกันจริงจัง หากทำเป็นพิธีเพื่อป้องกันเจ้าหนี้ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าจำเลยกับผู้ร้องได้สมรู้กันทำการโอนขายทรัพย์ด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะตาม ม.118-133 ฉะนั้นเจ้าหนี้ย่อมยึดทรัพย์ของจำเลยโดยมิต้องฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน อนึ่งการที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จำเลยได้ขอให้ศาลยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาภายใน 1 ปี เมื่อรู้ว่าจำเลยทำการโอนไประหว่างความ ย่อมถือว่าเป็นการทำให้อายุความสดุดหยุดลงตาม ม.173 เพราะการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนยึดที่ดินรายพิพาทย่อมเป็นลักษณการที่จะขอให้ขายทอดตลาดที่ดินในเมื่อชนะความ จึงเป็นการเริ่มตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องในที่ดินรายพิพาทนั้น เมื่อปัญหาเรื่องอายุความตกไปแล้ว ปัญหาเรื่องศาลอุทธรณ์ฝ่าฝืนประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225-240 จึงตกไปด้วย พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2480 นายริก พิณเนียม โจทก์ นางเช้า เผือกพันธุ์ จำเลย นางไล้ อินศิริ ผู้ร้องขัดทรัพย์