ฎีกาที่ 1183/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าเป็นลักษณที่สมารถอาจจะเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลผู้หนึ่งผู้ใดโจทก์ทำ สัญญา ให้ไว้แก่จำเลยโดยถูกต้องตาม กฎหมายแต่ำม่มีพะยานลงนามภายหลังจำเลยจัดให้มีผู้ลงนามในท้าย สัญญา นั้นโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยแล้วนำเอา สัญญา นั้นมาฟ้องโจทก์ดังนี้จำเลยไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือและฐานกระทำพะยานเท็จ พรบ ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 2475 ม. 3 - 4 ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม. 2 (4) 28(2) ผู้กู้ยืมเงินโดยเสียดอกเบี้ยเกินอัตราไม่มีสิทธิฟ้องผู้ให้กู้ในความผิดฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้น อ้างฎีกาที่ 968/2479
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ทำหนังสือปลอมและทำพะยานเท็จ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลจะรับไว้พิจารณาได้ จึงสั่งไม่รับฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า เรื่องเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น เห็นว่าโจทก์จะฟ้องมิได้ เพราะโจทก์มิได้เป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย โจทก์ทำ สัญญา ชำระดอกเบี้ยโดยสมัครใจต่างหากตามนัยฎีกาที่ 968/2479 ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้นตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า สัญญา ที่โจทก์ทำไว้แต่เดิมไม่มีพะยานลงชื่อ แต่บัดนี้มีพะยานลงชื่อ แต่บัดนี้มีพะยานชื่อหลายคนโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย เห็นว่าความผิดฐานปลอมหนังสือต้องประกอบด้วยลักษณที่สามารถอาจเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่บุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง สัญญา ที่ทำไว้ในคดีนี้ลงชื่อคู่ สัญญา ไว้ นับว่ามีผลตามกฎหมายแล้ว แม้จะลงนามพะยานภายหลังและโจทก์ไม่ทราบตามกฎหมายก็ไม่แสดงว่าสามารถอาจเกิดความเสียหายแก่สาธารณชนหรือแก่โจทก์อย่างใด มูลฟ้องของโจทก์ฐานนี้ไม่เกิดขึ้นได้ และความผิดฐานใช้หนังสือปลอมตาม ม. 227 จึงตกไปด้วย อหนึ่งข้อหาเรื่องทำพะยานเท็จนั้นเห็นว่าไม่มีดุจกันเพราะเมื่อ สัญญา ในคดีนี้สมบูรณ์มีผลบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว จะเรียกว่าจำเลยทำพะยานเท็จมิได้ จึงพิพากษายืนตาม ให้ยกฎีกาโจทก์ ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2480 นายทองพูน ตราชู โจทก์ นายแต้ม เชิญธงไชย โจทก์ นายฮุยเกาะ นายอุยลิ้ม แซ่ลี้ นายคูน แซ่เตียว ล. ป.อ. ม. 222 224