ฎีกาที่ 1011/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยต้องคำพิพากษาในคดีเรื่องก่อนมีกำหนด 20 ปี แล้วมาต้องคำพิพากษาในคดีเรื่องหลังถูกตัดสินลงโทษจำคุกอีกการนับโทษในคดีหลังต้องนับต่อจากโทษในคดีแรก
ย่อยาว
จำเลยต้องคำพิพากษาฐานปล้นทรัพย์มาแล้วมีกำหนด 20 ปี มาในคดีนี้จำเลยต้องหาฐานพยายาม ฆ่า เจ้าพนักงาน ศาลวางโทษจำเลยตาม ม.250,60 มีกำหนดโทษภายหลังเมื่อลดแล้ว 8 ปี ศาลชั้นต้นให้นับโทษตามคำพิพากษานี้รวมไปกับโทษเดิม ศาลอุทธรณ์แก้ให้นับโทษต่อจากคดีเรื่องก่อน จำเลยฎีกาคัดค้านว่าตามกฎหมายอาญา ม.35,36,และ 32,33 ศาลจะนับโทษต่อจากโทษเดิมซึ่งจำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 20 ปี แล้วไม่ได้ ศาลฎีกาตัดสินว่ามาตรา 35,36 จะนำมาใช้บังคับในคดีนี้ไม่ได้ เพราะมาตราทั้ง 2 นั้นเป็นเรื่องเพิ่มโทษ ส่วนมาตรา 32 , 33 เป็นเรื่องการนับกำหนดโทษ ผู้ต้องคำพิพากษาให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยต้องคุมขังสำหรับคดีเรื่องนั้น ๆ แต่จำเลยในคดีนี้ต้องถูกคุมขังอยู่สำหรับคดีเรื่องปล้นจึงจะขอให้นับโทษในคดีนี้รวมไปกับคดีก่อนมิได้ และทั้งจำเลยก็มิได้แสดงเหตุผลว่า ทำไม่จึงควรนับรวมไปกับโทษในคดีก่อนตามที่บัญญัติไว้ใน ม.32 ตอนท้ายด้วย อนึ่งไม่มีบทมาตราใดในกฏหมายอาญาที่บัญญัติมิให้ลงโทษจำเลยในคำพิพากษาในคดีต่าง ๆ หลายคดีรวมกันเกิน 20 ปี ส่วน ม.71 ก็เป็นเรื่องความผิดหลายกะทงในคำพิพากษาเดียวกันไม่ตรงกับเรื่องนี้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2480 อัยยการนครปฐม โจทก์ นายหมอก แก้วเอี่ยม จำเลย ป.อ. ม. 250 , ม. 60 , ม. 32 , ม. 33 , ม. 35 , ม. 36 , ม. 71