ฎีกาที่ 242/2480
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งมีหน้าที่รับตั๋วสลากกินแพ่งไปจำหน่ายแล้ว ยักยอก เงินที่ขายได้ไปเป็นประโยชน์ตนเสียต้องมีความผิดตามมาตราข้างต้น ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.2 (14) -44 อำนาจฟ้องจำเลย ยักยอก เงินค่าขายสลากกินแบ่งบำรุงเทศบาลอันนับว่าเป็นรายได้ของแผ่นดินนอกงบประมาณประเภทหนึ่งนั้น อัยยการย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องได้ ป.พ.พ.ม.291 ผู้ที่สมคบกัน ยักยอก เงินต้องร่วมกันใช้ เงินนั้นหมดโดยไม่ต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้ได้เงินไปเท่าใด
ย่อยาว
คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าหลวงบุเรศบำรุงการผู้เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดสมุทรสงครามได้รับสลากกินแบ่งบำรุงเทศบาลทั่วไปครั้งที่ 2 จากกองสลากกินแบ่งกระทรวงมหาดไทยไปจำหน่าย แล้วสมคบร่วมมือกับนายช่วงผู้เป็นอักษรเลขประจำจังหวัด ยักยอก เงินที่ขายได้ไปเป็นประโยชน์ช่วนตัวเสีย มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 131 ให้จำคุกหลวงบุเรศฯ 7 ปี นายช่วง 3 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการออกสลากกินแบ่งนี้ได้ทำขึ้นโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อเอาเงินบำรุงเทศบาลทั่ว ๆ ไปต้องถือว่าเป็นราชการส่วนหนึ่ง และเงินนี้นับว่าเป็นรายได้ของแผ่นดินนอกงบประมาณอัยยการ ยักยอก ย่อมมีอำนาจฟ้องได้ ส่วนฎีกาข้อ 2 นั้นเห็นว่าจำเลยกระทำทั้งใน 2 ฐานะแยกไม่ออก แม้การขายเป็นการส่วนตัว แต่การจ่ายสลากให้ไปขายเป็นส่วนข้าหลวงประจำจังหวัด เงินที่ขายได้จะว่าส่งแล้วรับแล้วอยู่ในมือข้าหลวงก็ได้ทั้ง 2 ฐานะ ที่ศาลล่างยกมาตรา 131 มาลงโทษ จึงเป็นการชอบข้อที่ศาลอุทธรณ์บังคับให้จำเลยช่วยกันใช้ทรัพย์ก็เป็นการชอบแล้ว เพราะจำเลยสมคบกัน ยักยอก ใครจะได้เงินไปเป็นจำนวนเท่าใดไม่สำคัญ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 242/2480 พนักงานอัยยการ โจทก์ หลวงบุเรศบำรุงการ นายแขวง จันทรกาญจน์ จำเลย