ฎีกาที่ 810/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เรือฉลอมสำหรับบรรทุกข้าวโดยมีคนนอนอยู่เป็นบางครั้งบางคราวยังไม่เรียกว่าเป็นที่อาศัยตาม ม.6(14) แต่ถ้ามีคนอยู่ประจำจริง ๆ แล้วก็อาจเรียกว่าเป็นที่อาศัยได้ ลักทรัพย์ บนเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือยังไม่มีผิดตาม ม.294(3) ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.222 ถ้าคดีมีปัญหากฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพะยานหลักฐานในสำนวน
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยทั้ง 3 คนสมคบกันไป ลักทรัพย์ บนเรือนฉลอมบรรทุกข้าวซึ่งจอดอยู่ที่ท่าแห่งหนึ่ง แต่ยังมิทันได้ลักเอาอะไรไปได้ เจ้าพนักงานตำรวจจับเสียก่อน ศาลล่างทั้ง 2พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีผิดฐานพยายาม ลักทรัพย์ ตามมาตรา 293-60 โจทก์ฎีกาว่าเรือเป็นเคหะสถานตามมาตรา 6 ข้อ 14 และว่าต้องลงโทษโดยอาศัยมาตรา 294 ข้อ 3 ด้วย เพราะเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาแสดงว่าเรือลำนี้เป็นที่อาศัยของคนอยู่จริง เป็นแต่ว่ามีคนนอนอยู่เป็นครั้งเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้นจะถือว่าเรือเป็นที่อาศัยตาม ม.6 ข้อ 14 ไม่ได้ ส่วนข้อที่ว่าเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ จำเลยพยายาม ลักทรัพย์ จากเรือฉลอมก็ไม่ทำให้จำเลยมีผิดฐานพยายาม ลักทรัพย์ จากท่าเรือตามมาตรา 60 - 294 ข้อ 3 ดังโจทก์ฎีกามา จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2479 กรมอัยยการ โจทก์ นายตง พู่ไสว ,นายจรูญ ศิริวัฒน์ ,นายเจ๊ก บรรดาศักดิ์ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 222