ฎีกาที่ 1626/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าพนักงานตำรวจจราจรถามชื่อจำเลย ๆ ไม่ยอมบอกเป็นผิดตามมาตราข้างต้น เพราะเจ้าพนักงานตำรวจจราจรเป็นเจ้าพนักงานหรือนายพนักงานตรวจตระเวนตามความหมายในกฎหมายมาตรานั้นด้วย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2477 ม.61-65 บันไดตึกแถวของจำเลยยื่นล้ำไปในทางเท้าของถนนหลวง จำเลยตั้งโต๊ะบนบันไดนั้นและแขวนตู้บนบานประตูตึก ถึงแม้โต๊ะและตู้จะไม่ได้ยื่นล้ำออกมาเกินแนวบันไดก็ดี ก็ต้องมีผิดตามมาตราข้างต้น
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลย เช่า ตึกแถวอยู่ที่สถานีรถไฟปากน้ำเป็นเวลานานมาแล้ว หลังตึกจำเลยมีบันไดซิเมนต์ลงไปบนทางเท้าในถนนพระราม 4 สองคัน จำเลยใช้บันไดนี้ตั้งโต๊ะวางหนังสือพิมพ์ขายโดยขาโต๊ะตั้งบนบันได 2 ขา อีก 2 ขาอยู่ภายในร้าน และประตูตึกนี้เมื่อเปิดบานออกแล้วบานประตูแนบกับฝาผนังตึกด้านนอก จำเลยแขวนตู้ใส่สินค้าขายที่บานประตูทั้งสองด้วย แต่โต๊ะและของบนโต๊ะ ตู้ที่แขวนกับของในตู้หาได้ยื่นล้ำเกินบันไดคั่นลางไปไม่ เจ้าพนักงานตำรวจจราจรได้ให้จำเลยรื้อโต๊ะและตู้ออกเสียจำเลยไม่ยินยอม จึงจะจับตัวจำเลยไปสถานีตำรวจและถามชื่อจำเลย จำเลยไม่ยอมไปและไม่ยอมบอกชื่อ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าเรื่องนี้ข้อเท็จจริงปรากฎว่าบันไดร้านของจำเลยนี้ได้ยื่นออกไปในทางเท้า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องว่าบันไดรุกล้ำเข้าไปในทางเดินเท้าด้วยก็ดีเมื่อจำเลยตั้งโต๊ะบนบันไดล้ำออกไปในทางเดินเท้าอันเป็นถนนหลวงด้วยแล้ว จำเลยก็ย่อมมีผิด แม้โต๊ะและตู้จะล้ำออกไปไม่เกินแนวบันไดก็ดี จึงเป็นผิดตามพ.ร.บ.จราจร ม.61-65 และเห็นว่าเจ้าพนักงานตรวจตระเวนตามกฎหมายอาญามาตรา 334(1) เมื่อจำเลยไม่ยอมบอกชื่อจำเลยเมื่อเจ้าพนักงานถาม จึงมีผิดตามมาตราข้างต้น จึงพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2479 อัยยการตำรวจ โจทก์ นายพิสิษฐ์ วรรณพฤกษ์ จำเลย ป.อ. ม. 334 (1) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ม. 61-65