ฎีกาที่ 748/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การคำนวณค่ารายปีจากทรัพย์ที่ให้ เช่า ไปนั้นแม้จะอาศัยค่า เช่า เป็นหลักในการคำนวณ ถ้าหากมีเหตุบ่งให้เห็นค่า เช่า นั้นไม่ใช่จำนวนอันสมควรจะให้ เช่า ได้ในปีหนึ่ง ๆ เจ้าพนักงานก็มีอำนาจแก้หรือคำนวณ ค่ารายปีเสียใหม่ได้ ในระหว่างที่ยังอุทธรณ์เรื่องเจ้าพนักงานเก็บค่าภาษีเกินไปนั้นผู้รับประเมินก็ยังต้องเสียค่าภาษีตามที่เรียกเก็บภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อโจทก์ไปเสียภาษีภายหลังเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าพนักงานย่อมมีสิทธิเรียกเก็บภาษีเพิ่มได้ตามมาตรา 43
ย่อยาว
คดีนี้ได้ความว่าโจทก์มีโรงเลื่อยจักรแล้วให้ผู้อื่น เช่า ไป ในการเสียค่าภาษีโรงเรือนแลที่ดิน โจทก์ได้ยื่นบัญชีแสดงค่า เช่า รายปีว่าเก็บค่า เช่า ได้ 2275 บาท ซึ่งโจทก์ควรเสียค่าภาษีเพียง 94 บาท 79 สตางค์ แต่เจ้าพนักงานเรียกเก็บจากโจทก์เป็นเงิน 285 บาท 42 สตางค์ โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อจำเลย ๆ เรียกเก็บภาษีจากโจทก์ 242 บาท 86 สตางค์ โดยคิดคำนวณค่ารายปีอันสมควรจะให้ เช่า ได้ในปีนั้นเป็นเงิน 5828 บาท 57 สตางค์ เมื่อโจทก์นำค่าภาษี 242 บาท 86 สตางค์ไปเสีย โจทก์ถูกปรับอีก 24 บาท 29 สตางค์เพราะโจทก์ไม่นำไปเสียภายใน 90 วัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยเรียกเงินคืนที่เกินไป 172 บาท 36 สตางค์ ศาลล่างทั้ง 2พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์แปลความใน ม.8 แห่งพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือน ฯ ผิดความประสงค์ของกฎหมายความจริงโจทก์ควรเสียค่าภาษีตามสวนค่ารายปีที่โจทก์ได้รับ แลว่าโจทก์ไม่ควรต้องเสียค่าปรับเพราะเป็นความล่าช้าของกรมสรรพากรที่พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ล่าช้าไป ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์แปลกฎหมายถูกต้องแล้ว เพราะตอนท้ายของมาตรา 8 ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานที่จะแก้ไขหรือคำนวณค่ารายปีใหม่ ถ้ามีเหตุทำให้เห็นว่าค่า เช่า นั้นไม่ใช่จำนวนเงินที่ควรจะให้ เช่า ได้ในปีหนึ่ง ส่วนข้อที่โจทก์ว่าไม่ควรต้องเสียค่าปรับนั้น เห็นว่าไม่มีบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนแลที่ดินให้ทุเลาการชำระค่าภาษีในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อโจทก์เสียค่าภาษีช้ากว่า 90 วันตามมาตรา 38 เจ้าพนักงานก็มีอำนาจเพิ่มค่าภาษีขึ้นได้ตามมาตรา 43 จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2479 พระยาญาณประกาศ โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย