ฎีกาที่ 1315/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา ทางพระราชไมตรีโปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาลต่อท้ายหนังสือ สัญญา ทางพระราชไมตรีข้อ 4 วรรค 1 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1925 คดีที่เจ้าทุกข์เป็นคนในบังคับอื่นนั้นแม้คนบังคับฝรั่งเศสฟ้องแทนก็คงขึ้นศาลไทยธรรมดาแลคู่ความมีสิทธิฎีกาได้ทั้งในปัญหากฎหมายแลข้อเท็จจริง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลยุตติธรรม ร.ศ. 127 ม.12 +ผิดศาล +สมบูรณ์ คดีซึ่งต้องขึ้นศาลไทยธรรมดา ถ้าศาลต่างประเทศรับพิจารณาพิพากษามาแล้ว ศาลฎีกาก็พิจารณาพิพากษาข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมายในท้องสำนวนไปได้ ไม่ต้องย้อนสำนวนไปเริ่มพิจารณากันใหม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสมคบกันลักโคซึ่งอยู่ในความปกครองของโจทก์ไปขอให้ลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลต่างประเทศให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าหลักฐานโจทก์ยังไม่พอจะลงโทษจำเลยได้ โจทก์ฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายแลข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อ 4 วรรค 1 แห่งโปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาลอันจะพึงใช้แก่คนสังกัดชาติฝรั่งเศสติดท้ายหนังสือ สัญญา ทางพระราชไมตรี ฯลฯ ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1+25 เห็นว่าต้องถือสัญชาติเจ้าทุกข์เป็นใหญ่ ในการที่จะวินิจฉัยว่าคดีเรื่องชนิดนี้จะตกอยู่ในอำนาจศาลต่างประเทศหรือมิใช่ คดีนี้เจ้าทุกข์คือวัดโรมันคาธอลิค ศาลควรดำเนินการพิจารณาอย่างคดีไทยธรรมดา เป็นการไม่ชอบที่ศาลชั้นต้นถือเอาสัญชาติของผู้ฟ้องเป็นใหญ่ เห็นว่าโจทก์มีสิทธิฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อกฎหมายแลข้อเท็จจริง แล้ววินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์โดยฟังข้อเท็จจริงว่า พะยานโจทก์ยังไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1315/2479 บาดหลวงบรัวซาต์ (บังคับฝรั่งเศส) ผู้รักษาทรัพย์สมบัติของวัดโรมันคาธอลิก โจทก์ นายชิต ทิศลาพัน จำเลย ป.อ. ม. 294 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ.127 ม. 12