ฎีกาที่ 1111/2479
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
+ในศาลชั้นต้นในฐานะ+ที่ปรึกษากฎหมายแล้ว+พิจารณาคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ในฐานะผู้พิพากษา+หาต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลพิจารณาแพ่ง ม.11 ข้อ 5 ไม่ การยกที่ดินให้แก่กันโดย+เสนหา โดยทำหนังสือ+จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหนี้นั้น จะนำพะยานบุคคลมาสืบว่าผู้ให้ยังสงวนเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิไว้หาได้ไม่ ต้องกลับด้วยข้อห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.94 (ข) สามีเป็นลูกหนี้เขาแล้วภรรยาโอนทรัพย์สินซึ่งเป็นสินสมรสให้ผู้อื่น โดยเป็นทางทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบดังนี้ เจ้าหนี้ขอให้เพิกถอนการโอนได้ตาม ม.237 โดยถือว่าภรรยาตกอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมด้วย
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษา จำเลยที่ 2 เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินโฉนดที่ 2422 ซึ่งเป็นสินสมรสให้แต่จำเลยที่ 3 ผู้เป็นมารดาเพื่อไม่ให้ถูกยึด โจทก์จึงฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมการโอนระหว่างจำเลยที่ 2 แลที่ 3 จำเลยต่อสู้ว่า ที่ดินแปลงนี้เดิมเป็นของจำเลยที่ 3 ทำสัญญาโอนให้แก่จำเลยที่ 2 โอนมีเงื่อนไขว่าถ้าจำเลยที่ 2 ไม่ตายต้องโอนคืน ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 3 ไม่ตาย จำเลยที่ 2 จึงโอนคืนให้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่า คดีไม่ได้ความว่าได้มีการโอนกันโดยสมยอมเพื่อฉ้อโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยสืบพะยานบุคคลในข้อที่ได้มีเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.94(ข) แลฟังว่าได้มีการโอนกันโดยรู้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ จึงพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนระหว่างจำเลยที่ 2 และ 3 จำเลยฎีกาว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นโมฆะด้วยนายเลมิงผู้พิจารณาคดีชั้นศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาคดีในศาลแพ่งแผนกพิเศษแล้ว แลว่าศาลอุทธรณ์แปล ม.94 แห่งประมวลวิธีพิจารณาแพ่งไม่ถูกต้อง กับว่าตามมาตรา 237 ถือว่าลูกหนี้คือจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นว่า ในศาลแพ่งแผนกพิเศษนายเลมิงมิได้นั่งพิจารณาในฐานะผู้พิพากษา แต่ได้นั่งในฐานะที่ปรึกษากฎหมายจึงไม่เข้าบทบัญญัติมาตรา 11 ข้อ 5 แห่งประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง แลเห็นว่าการยกให้โดยเสนหานี้ต้องทำเป็นหนังสือแลจดทะเบียน ถ้าหากว่าจำเลยที่ 3 สงวนสิทธิที่จะเรียกคืนข้อสัญญาเหล่านี้ก็ต้องรวมอยู่ในหนังสือที่ทำไว้ เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่ถือว่า ม.94 (ข) ห้ามไม่ให้นำพะยานบุคคลมาบังคับแก่คดีนี้ ส่วนข้อที่ว่าตาม ม.237 ต้องถือว่าลูกหนี้คือจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่าจำเลยที่ 1 แลที่ 2 เป็นสามีภรรยากัน เป็นหนี้ร่วมซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชอบด้วยจำเลยที่ 2 ก็อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้โจทก์ด้วย จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2479 นายวานาฮีนา กาวะนาอันนามะลีเซตตี (บังคับอังกฤษ) โจทก์ นายซี.วี.อาร์ แซมีที่ 1 (บังคับอังกฤษ) นางสำลี แซมีที่ 2 ,นางเอ๊งที่ 3 จำเลย