ฎีกาที่ 691/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พินัยกรรม์ผู้อื่นเขียนไม่มีข้อความระบุรับรองลายมือผู้ทำพินัยกรรม์แลไม่ลงวันเดือนปีไว้ ทั้งมีขีดฆ่าโดยผู้ทำพินัยกรรม์ไม่ได้ลงลายมือชื่อรับรอง นับว่าไม่สมบูรณ์ ครอบครัว ผัวเมีย ผัวเมียเลิกล้างกันไปจนเมียได้ผัวใหม่และ-ยังไม่ได้+จากผัวใหม่จะกลับเป็นผัวเมียกับผัวเก่าไม่ได้ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141-240 ประเด็นที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้+ชั้นศาลเดิม ๆ ตัดสินให้แพ้ประเด็นนั้น แต่ให้จำเลย+คดีบางส่วนในประเด็นข้อจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์+ให้จำ-เลยแพ้คดีทั้งหมด+ไม่วินิจฉัยถึงประเด็นนั้น แม้ในชั้นฎีกาจำเลย+ได้ยกประเด็นข้อนั้นเป็นฎีกา ศาลฎีกาก็ต้องวินิจฉัยให้
ย่อยาว
ช.บิดาโจทก์ได้รับมฤดก ที่ดิน บ้านเรือนรายพิพาทก่อนมาได้จำเลยเป็นภรรยา จำเลยเลิกล้างกับ ช.ไปได้ ย.เป็นสามีใหม่ 11-12 ปีแล้ว ก่อน ช.ตาย 25 วัน ช.ได้ให้คนไปรับจำเลยมารักษาพยาบาลแล้วทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์รายนี้ให้จำเลยคือในปี 2477 พินัยกรรม์ ห.เป็นผู้เขียนมีขีดฆ่าโดยผู้ทำพินัยกรรม์ไม่ได้ลงชื่อกำกับและไม่มีพะยานลงลายมือรับรองผู้ทำพินัยกรรม์และไม่มีข้อความระบุว่าลงลายมือต่อหน้าพะยานแลจดวันเดือนปีไว้ ช.ตายใน พ.ศ.2477 นั้นเอง โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ใช้ไม่ได้ แต่ฟังว่าจำเลยกับ ช.คืนดีกันแล้ว จึงพิพากษาแบ่งมฤดกให้คนละครึ่ง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจะฟังว่าจำเลยกับผู้ตายเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายไม่ได้ ให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ไม่ถูกแบบตาม พรบ ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ พ.ศ.2475 และฟังว่าพะยานจำเลยว่าจำเลยเป็นเมีย ย.อยู่ยังไม่ปรากฎว่าขาดกับ ย.ด้วยวิธีใด ฉะนั้นจะฟังว่าจำเลยเป็นเมีย ช.ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2478 นายชิต กุลานุวัฒน์ โจทก์ นางพรัด ไชยสุรินทร์ จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 ม. 5