ฎีกาที่ 388/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ชื่อในโฉนดความ+ ผัวเมีย +บริคณห์ สืบสวนตัว +ให้ภรรยามีชื่อในโฉนดผู้เดียวจะสันนิษฐานว่ายอมให้ภรรยาจัดการใด ๆ เกี่ยวแลโฉนดไม่ได้ ทรัพย์ที่ได้มาระวางเป็นสามีภรรยากันจะถือว่าเป็นสินส่วนตัวไม่ได้ กฎหมายมิได้ถือว่าผู้มีชื่อในโฉนดเท่านั้นเป็นเจ้าของคนที่ไม่มีชื่ออาจเป็นเจ้าของด้วยได้ การที่สามีร้องขัดทรัพย์เท่ากับบอกล้างนิติกรรมอยู่ในตัว ฎีกาอุทธรณ์ ปัญหาข้อเท็จจริง ทำให้มหาชนหลงเข้าใจผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงการกระทำเป็นการสุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง
ย่อยาว
โจทก์ชนะคดี จำนอง แล้วยึดทรัพย์ จำนอง ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ฮ.จำเลยเป็นภรรยาผู้ร้องเอาทรัพย์ซึ่งเป็นสินบริคณห์ไป จำนอง โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึด ทางพิจารณาได้ความว่าทรัพย์รายพิพาท ฮ.ภรรยาผู้ร้องได้รับมฤดกในระวางเป็นสามีภรรยากับผู้ร้องยังไม่ได้แบ่งกันระวางผู้รับมฤดก ในโฉนดมีชื่อ ฮ.จำเลยมิได้มีชื่อผู้ร้อง ศาลคดีต่างประเทศเชื่อตามคำร้องจึงสั่งถอนการยึดที่ดินส่วนที่จะตกลงแบ่งให้ ฮ.จำเลย ถ้าไม่ตกลงกันแบ่งส่วนกันได้ก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลตามประมวลแพ่ง ม.1364 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกากล่าวว่าคู่ความฎีกาได้ฉะเพาะข้อกฎหมาย และวินิฉัยว่า (1)กฎหมายมิได้ถือเสมอว่าผู้มีชื่อในโฉนดเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ คนอื่นที่ไม่มีชื่ออาจเป็นเจ้าของร่วมด้วยได้ (2) ทรัพย์ได้มาระวางเป็นสามีภรรยากับจะถือว่าเป็นสินส่วนตัวไม่ได้ (3)การอ้างว่าผู้ร้องทำให้มหาชนหลงเข้าใจผิดเป็นปัญหาข้อเท็จจริง (4) การยอมให้ภรรยามีชื่อในโฉนดผู้เดียวจะสันนิษฐานว่ายอมให้ภรรยาจัดการใด ๆ เกี่ยวแก่โฉนดไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายให้สันนิษฐานาเด็ดขาดเช่นนั้น (5) การฟ้องคดีเท่ากับการบอกล้างนิติกรรมอยู่ในตัว (6) การกระทำของผู้ร้องเป็นการสุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2478 พระอาทรปฏิทัดติ์ โจทก์ นายมาหะมัดที่ 1 นางบิ๋วที่ 2 จำเลย นางฮาลีเมาะที่ 3(บังคับอังกฤษ) นายหะยีมัดนูส สอาดจิตต์ (บังคับอังกฤษ) ร้องขัดทรัพย์