ฎีกาที่ 643/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำว่า"ผู้รับจำนำ" ตามความใน ม.22 นั้น หมายความฉะเพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงรับจำนำจัดการโรงรับจำนำรับจำนำทรัพย์ซึ่งเป็นของร้ายไว้โดยได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานให้ทราบ แม้เจ้าของโรงรับจำนำไม่ทราบ เจ้าของโรงรับจำนำก็ต้องมีผิดตาม ม.22-+ แต่ผู้จัดการไม่ต้องรับผิดชอบ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา + 213 ที่มีจำเลยหลายคนแม้คนไม่ฎีกาขึ้นมา ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุในลักษณะของจำเลยคนนั้นไม่มีผิดก็+ษาปล่อยตัวไปได้
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงรับจำนำ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการได้รับจำนำแตรกับบี่ไว้จากผู้มีชื่อ แตรรายนี้เป็น+ของเจ้าทรัพย์มีผู้ เช่า ไปแล้วไม่ส่งคืนเจ้าทรัพย์จึงไปแจ้งต่อตำรวจ ๆ ได้ส่งบัญชีรูปพรรณของหายไปยังโรงรับจำนำจำเลย จำเลยที่ 2 ตรวจพบแตรของกลางแล้วไม่ได้แจ้งความต่อตำรวจ แลจำเลยที่ 1 ก็ไม่ทราบการกระทำของจำเลยที่ 2 ดังนี้โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 2 ตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ ม.22-26 ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยทั้ง 2 มีผิดตามกฎหมายดังโจทก์อ้าง ให้ปรับคนละ 80 บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมิได้สมคบกันจำเลยที่ 1 ยังไม่ควรมีผิด พิพากษาให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ไป ศาลฎีกาเห็นว่าตาม พ.ร.บ.นี้แลข้อความใน ม.5 คำว่า ผู้รับจำนำตาม ม.22 นั้นหมายถึงผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงรับจำนำแลตาม ม.22 ก็ระบุหน้าที่ความรับผิดของผู้รับจำนำเรื่องทรัพย์ที่หายตรงกับทรัพย์ที่รับจำนำไว้ให้ผู้รับจำนำแจ้งต่อตำรวจ การที่จำเลยที่ 1 ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนจึงต้องมีความผิดตาม ม.22 ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นแต่เพียงผู้จัดการ มิใช่ผู้รับจำนำจึงไม่ตกอยู่ในความรับผิดตาม ม.22 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ก็เป็นเหตุอยู่ในลักษณคดี ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ จึงพิพากษาให้ปรับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีผิดให้ปล่อยตัวไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2478 ตำรวจนครบาล โจทก์ นายจุ๊ที่ 1 นายอิ๊วบุ๊นที่ 2 จำเลย พ.ร.บ.โรงรับจำนำ ร.ศ.114 ม. 5 , ม. 22 , ม. 26 ป.อ. ม. 68-63