ฎีกาที่ 218/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
กล่าววาจาใส่ร้าย หมิ่นประมาท ผู้พิพากษาเพราะเหตุที่ได้กระทำการตามหน้าที่ แม้จะกล่าวเมื่อพ้นจากที่ได้กระทำตามหน้าที่แล้ว ก็ต้องมีผิดตาม ม.116 ทั้งเป็นผิดตาม ม.282 ด้วย แต่ไม่เป็นผิดตาม ม.136 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่ง หน้าที่นำสืบ คำกล่าวที่เป็นผิดฐาน หมิ่นประมาท ตาม ม.282 นั้น เพียงแต่อาจทำให้เจ้าทุกข์เสียขื่อเสียงหรือทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังก็ต้องเป็นผิดฐานนี้ โจทก์หาจำต้องสืบว่าเจ้าทุกข์ได้รับความเสียชื่อเสียงอย่างใดไม่ กล่าวใส่ร้ายว่าผู้พิพากษากินไข่ โจทก์นำสืบว่าหมายความถึงกินินบนจำเลยต้องมีผิดฐาน หมิ่นประมาท กะทงโทษ กล่าวคำ หมิ่นประมาท 2 คราวแต่ละคราวเป็นผิดตาม ม.116-282 ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยในบทที่หนักตามมาตรา 282 -70-71 ได้ ฎีกาอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงเจตนาหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง
ย่อยาว
จำเลยซึ่งเป็นทนายความได้ให้ ฮ.ยื่นคำร้องขอประกันตัว น.ต่อ ส.ผู้พิพากษาซึ่งทำการพิจารณาคดี ส.สั่งไม่อนุญาตให้ประกัน ครั้นตอนเย็นจำเลยก็พา ฮ.ไปหา ส. ณ ที่พักอีก ส.ไม่ยอมพบ จำเลยแล ฮ.จึงกลับไป ขณะยังไม่ถึงห้องจำเลย ๆ พูดว่า "วันนี้ซวยพาแขกไปที่บ้านอ้ายสอาดไม่รับ ดีแต่กดขี่ราษฎร กินสินบน " แลเมื่อไปถึงห้องจำเลยยังได้พูดกับ ฮ.อีกว่า "อ้ายสอาดจองห้องพัก กูพานายไปหามันยังไม่ออกมารับ ฯลฯ ถ้ามันจะกินไข่ของเขาเข้าไปมันจึงไม่ให้ประกัน " ซึ่งหมายความว่ารับสินบน ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.136 แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง แลกฎหมายลักษณอาญามาตรา 116 ให้จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ได้ หมิ่นประมาท ผู้พิพากษาในขณะกำลังกระทำการตามหน้าที่ในศาล แต่จำเลยมีผิดฐาน หมิ่นประมาท เจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ตาม ม.116 แลฐานกล่าววาจาใส่ความ หมิ่นประมาท ตาม ม.282 จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่ จำเลยฎีกาว่าคำว่า "กินไข่เข้าไปไม่เป็นถ้อยคำ หมิ่นประมาท นั้น มีพะยานหลายคนที่ได้ยินจำเลยกล่าวค่า หมิ่นประมาท แลเข้าใจคำว่า "กินไข่" หมายความว่ากินสินบน โจทก์หาต้องสืบว่าได้รับความเสียชื่อเสียงทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชัง เพียงแต่อาจเป็นดังนั้นก็ลงโทษได้ตาม ม.282 แลข้อที่ว่าไม่มีเจตนาร้ายก็เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งต้องฟังตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยเจตนาร้ายใส่ความ แลข้อที่จำเลยว่าจำเลยกล่าวคำ หมิ่นประมาท ในเวลาที่ ส.พ้นจากหน้าที่พนักงานแล้วเห็นว่าจะกล่าวเวลาใดไม่สำคัญ แลเห็นว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็น หมิ่นประมาท โดยดูถูกแลใส่ความทั้ง 2 ประการ จึงมีผิดตามมาตรา 282 แล 116 ทั้ง 2 บท และจำเลยได้กล่าวคำ หมิ่นประมาท 2 คราว ระวางทางคราวหนึ่ง แลเมื่อไปถึงห้องจำเลยอีกคราวหนึ่ง เพราะฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยในบทที่หนักคือ มาตรา 282 เป็นการชอบด้วยมาตรา 70 - 71 แล้ว จึงพิพากษายืนตาม นข้อที่จะหลดพน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2478 อัยยการสุพรรณบุรี - โจทก์ นายถนอม ทรรพกาญจน์ - ล ป.พ.พ. ม. 136 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 43 , ม. 70 , ม. 71 , ม. 112 , ม. 282