ฎีกาที่ 34/2478
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หนังสืออย่างไรเป็นหนังสือรับสภาพหนี้และรับสภาพความรับผิดในหนี้สิน ซื้อของเชื่อมาจากเขาโดยผู้ขายลงบัญชีจำนวนสิ่งของ ราคาวัน เดือน ปี ที่ซื้อเชื่อไว้ และเมื่อใดที่มีการคิดบัญชีหนี้สินที่ค้างกันเท่าใดลูกหนี้ก็ได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญทุกครั้งดังนี้รวมกันฟังได้ว่าเป็นหนังสือรับสถาพหนี้และรับสภาพความรับผิดในหนี้ที่ค้างชำระหนี้ที่ขาด อายุความ แล้วนั้น ถ้าหากลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพความรับผิดชอบแล้วเจ้าหนี้ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องร้องได้
ย่อยาว
คดีนี้ได้ความว่าตั้งแต่ พ.ศ.2471 เป็นต้นมา ส. จำเลยได้ไปซื้อของเชื่อมาจากร้านสามีโจทก์ ได้มีการผ่อนชำระหนี้กันไปบ้างแล้ว ยังคงค้างอีก 570 บาท 39 สตางค์ซึ่ง ส. จำเลยได้เซ็นชื่อรับรองจำนวนเงินหนี้ที่ค้างชำระนี้เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 ในเดือนนั้นเองสามีโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์เป็นผู้รับมฤดกจึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้หนี้รายนี้ ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องโจทก์ จำเลยฎีกาว่าคดีโจทก์ขาด อายุความ ตาม ม.165 (1)แล้ว แลว่าการที่จำเลยเซ็นชื่อไว้ในบัญชีโดยไม่มีข้อความอื่นอย่างใดอีก จะถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ตาม ม.172 ไม่ได้ ทั้งการรับสภาพหนี้จะต้องทำเป็นหนังสือ จึงจะใช้บังคับได้ ศาลฎีกาเห็นว่าหนี้ในของสิ่งใดที่ไม่เรียกร้องเกิน 2 ปีซึ่งขาด อายุความ ตาม ม.165(1) แล้ว แต่เมื่อจำเลยไม่บอกปัดและการรับสารภาพหนี้ตาม ม.188 ข้อ อายุความ ที่จำเลยอ้างก็ตกไป ส่วนหนี้ในของสิ่งใดที่ อายุความ กำลังดำเนินอยู่แลยังไม่เกิน 2 ปี เมื่อจำเลยรับสภาพหนี้ อายุความ ก็สดุดหยุดลงตาม ม.172 เห็นว่าตามบัญชีมีข้อความขัดว่าจำเลยซื้อของเชื่อสิ่งใดราคาเท่าใดเมื่อวันเดือนปีใดได้ผ่อนใช้แล้วแสดงค้างอีกเท่าใด ทั้งได้มีการคิดบัญชีตกลงหนี้ที่เกี่ยวค้างกันติดต่อกันมาเป็นลำดับ ทั้งจำเลยก็ได้ลงลายมือชื่อไว้ตลอดจนถึงครั้งสุดท้ายด้วย เมื่อรวมกันเข้าจึงเป็นหนังสือรับสภาพความรับผิดที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์จึงพิพากษาให้ยืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2478 นางลี้ ข่ายม่าน โจทก์ ขุนสิทธิไชยภักดี นายเที่ยง จำเลย