ฎีกาที่ 979/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ซึ่งเดิมเป็นลำคลองแม้ต่อมาภายหลังจะมีผู้ทิ้งขยะมูลฝอยจนเกิดตื้นเขินขึ้น ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ วิธีพิจารณาแพ่ง ฟ้องขับไถ่ อำนาจฟ้อง ข้าหลวงประจำจังหวัดมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่ปลูกเรือนรุกล้ำเข้ามาในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินได้อ้างฎีกาที่ 544/2475
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจปลูกเรือนแลทำรั้วรุกล้ำลงในลำคูและทางเดิรสาธารณที่ตำบลวันอนงค์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อสิ่งที่ปลูกสร้างออกไป ทา พิจารณาได้ความว่า ที่ดิน รายพิพาทเดิมเป็นลำคลองราษฎรใช้เรือพายไปมาและใช้น้ำได้ อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่ ภายหลังมีผู้ทิ้งขยะมูลฝอยเกิดตื้นเขินขึ้น ทำให้เรือขายเข้าออกไม่สดวก จึงไม่มีผู้ใดใช้เรือแต่เวลาน้ำมากหรือฝนตกมากน้ำยังไหลไปมาได้ เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่ก็ยังปกครองดูแลอยู่ ศาลเดิมพิพากษาให้จำเลยรื้อเรือนแลรั้วออกจากที่รายพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษยืน จำเลยฎีกาว่าที่รายพิพาทไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าที่รายนี้ยังเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ การที่มีผู้นำขยะมูลฝอยไปเททิ้งลงจนลำคลองตื้นเขินขึ้นหาเป็นเหตุทำให้กลายเป็นที่ว่างซึ่งจำเลยมีอำนาจปลูกสร้างเรือนล้ำเข้าไปได้ไม่ แลเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2477 ข้าหลวงประจำจังหวัดพระนครและธนบุรี โจทก์ นายอู๊ด จำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 ป.วิ.พ.