ฎีกาที่ 838/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่ลาดติดต่อกับฝั่งคลองนั้นถึงแม้ในฤดูน้ำน้ำท่วมถึงก็ยังไม่เป็นเหตุพอจะชี้ขาดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคลอง พะยาน คู่ความจะขอสืบพะยานในข้อที่ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีศาลงดสืบพะยานนั้นได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขุดดินถมดินปลูกสร้างโรงเรือนแลห้องแถวลงในลำคลอง แลที่ลาดของลำคลองบางยี่หน เจ้าพนักงานสั่งให้จำเลยรื้อถอน จำเลยก็หาทำตามคำสั่งไม่ จึงขอให้ลงโทษจำเลยแลให้บังคับจำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกจากที่พิพาท ศาลเดิมเห็นว่าข้อเท็จจริงด้ความชัดว่า ที่พิพาทเป็นที่ลาดอยู่กลางระวางคลองบางยี่หนกับ ที่ดิน โฉนดแผนที่ของจำเลยไม่มีทางจะทำให้เห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของลำคลอง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนแลว่า โจท์ฎีกาว่า (1) การที่ศาลไม่สืบพะยานนั้นทำให้ข้อเท็จจริงในสำนวนไม่กระจ่าง (2) การที่น้ำท่วมถึงแลท่วมทุกฤดูน้ำนั้นย่อมแสดงว่าเป็นส่วนหนึ่งของลำคลอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามฎีกาข้อ 1 ที่โจทก์ขอสืบพะยานว่าสิ่งที่จำเลยปลูกสร้างทำให้ไม่สดวกแก่การเดินเรือ เห็นว่าเป็นข้อความที่ไม่ทำให้เกิดเป็นหลักฐานในการกำหนดเขตต์คลองแต่อย่างใด เมื่อมีพะยานหลักฐานอื่นเพียงพอแล้ว ศาลก็ไม่จำต้องฟังพะยานในข้อนี้ ตามฎีกาข้อ 2. เห็นว่าเมื่อที่รายนี้เป็นที่ลาดติดกับคลอง แม้น้ำจะท่วมถึงในฤดูน้ำท่วมก็ไม่ทำให้ที่นั้นกลายเป็นทางหลวงหรือเป็นส่วนหนึ่งของคลองได้เหตุที่น้ำท่วมอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะชี้ประกาใดได้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงอย่างอื่นประกอบพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2477 อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์ นายทองสุขหรือแดง แซ่ตัน(บังคับอังกฤษ) จำเลย พ.ร.บ.รักษาคลอง ร.ศ.121 ม. 2-9 กฎกระทรวงเกศตร์ พ.ศ.2459 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 117-71 อาชญา ม. 71 ป.ที่ดิน