ฎีกาที่ 58/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เป็นหลักทั่วไปว่าเมื่อสามีอนุญาตให้ภรรยาทำนิติกรรมแล้วนิติกรรมที่ภริยาทำไปผูกพันสินบริคณห์ของสามีภริยาทั้งหมด มาตรา 41 วรรค 3 นั้นใช้บังคับฉะเพาะในกรณีที่หญิงมีสามีได้รับอนุญาตของสามีได้รับอนุญาตของสามีให้ทำการค้าขายเป็นส่วนหนึ่งต่างหากเท่านั้น และถ้าหญิงเป็นหนี้ในกิจการค้าขายดังในวรรค 1-2 เจ้ายึดได้แต่สินบริคณห์ฉะเพาะที่เป็นส่วนของหญิง ฎีกาที่ 338/2474
ย่อยาว
ได้ความว่า ก.กู้เงินโจทก์ไป 800 บาทภรรยา ม. จำเลยที่ 3 เป็นผู้ ค้ำประกัน โดย ม.ได้รู้เห็นยินยอม เมื่อ ก.ผิดนัดโจทก์ไปทวงถาม ม. ยังรับรอง ศาลมณฑลพายัพพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง ถ้าจำเลยที่ 1 ใช้ไม่ได้ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ใช้แทน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 3 เป็นบุคคลนอกไม่ใช่คู่สัญญา ถึงแม้จะรู้เห็นยินยอมให้ภรรยา ค้ำประกัน ก็ดีตามป.พ.พ.ม. ม.41 ตอน 3 บัญญัติว่า หญิงมีสามีจะทำการผูกพันสินบริคณห์ได้แต่ฉะเพาะเพียงเท่าที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น จึงไม่เป็นการผูกพันสินบริคณห์ของขาย จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิด ส่วนดอกเบี้ยศาลเดิมไม่ได้อัตราไว้จึงบังคับเพิ่มให้คิดดอกเบี้ยชั่งละบาท นอกนั้นยืน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าป.พ.พ.ม. 38 หญิงมีสามีหาอาจทำการผูกพันสินบริคณห์ของสามีได้ไม่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสามี เมื่อจำเลยที่ 3 ผู้เป็นสามีอนุญาตแล้วก็ต้องรับผิดชอบผูกพันถึงสินบริคณห์แม้จะไม่ใช่คู่สัญญาก็ดี ส่วนมาตรา 41 วรรค 3 นั้นใช้บังคับฉะเพาะในกรณีที่หญิงมีสามีได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขาย ถ้าหญิงมีสามีได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขาย ถ้าหญิงมีสามีทำ หนี้ขึ้นในกิจการค้าขายดังวรรค 1-2 เจ้าหนี้ยึดได้แต่สินบริคณห์ฉะเพาะที่เป็นส่วนของหญิง มาตรา 41 ตอน 3 จึงเป็นเรื่องหญิงมีสามีทำการค้าขายเท่านั้น ตามฎีกาที่ 338/24++ ส่วนมาตรา 38 เป็นหลักทั้วไป จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2477 นายหนาน กอนแก้ว โจทก์ นายกวาง นางบัวจิ๋น นายม้วยอี่ จำเลย ป.พ.พ. ม. 38