ฎีกาที่ 244/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจตนาลวง สมยอม ขัดทรัพย์ พฤตติการณ์อย่างไรเป็นการโอนให้กันโดยสมยอมหรือการแสดงเจตนาลวง บิดาได้โอนทรัพย์ให้บุตร์เมื่อถูกฟ้องแล้ว บุตร์ได้ทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นต่อ ๆ มาในหมู่วงษ์ญาติ แลมิได้วางเงินแก่กันเลย แสดงให้เห็นว่าเป็นการสมรู้กัน แสดงเจตนาเพื่อลวงผู้อื่นอันเป็นโมฆะตามมาตรา 118
ย่อยาว
โจทก์ชนะคดีจำเลยได้ยึดที่นารายพิพาทของจำเลย ส. ร้องขัดทรัพย์ว่าที่นารายนี้เป็นของผู้ร้อง เพราะจำเลยได้โอนให้ผู้ร้องแล้ว ศาลเดิมฟังว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2475 จำเลยรับหมายในวันรุ่งขึ้น แลในวันที่ 27 เดือนเดียวกันจำเลยก็โอนนาแปลงนี้ให้แก่ ช. ผู้บุตร์ในวันเดียวกันนั้น ช.ได้ทำสัญญาขายฝากให้แก่ผู้ร้องต่อมา ช.ไถ่ถอนการขายฝากแล้วโอนกรรมสิทธิให้แก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปีเดียวกัน แลในวันเดียวกันนั้นผู้ร้องได้เอาไป จำนอง นางสงวนอีกทอดหนึ่ง ประกอบกับ ช.บุตร์จำเลยก็ดี ผู้ร้องก็ดีเป็นคนใกล้ชิดกับจำเลย พฤตติการณ์จึงฟังได้ว่าเป็นการโอนให้กันโดยวิธีสมยอม จึงให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลเดิม ศาลฎีกาเห็นว่าตามท้องสำนวนไม่ปรากฎเลยว่าเพราะเหตุใดจำเลยจึงโอนให้ ช. บุตร์โดยเสน่หา แลทำไม่ ช.จึงต้องขายชอดให้แก่ผู้ร้องเมื่อไม่ปรากฎเหตุที่ ช. จะต้องการเงินทองแล้ว ต้องฟังว่าเป็นการสมยอมกัน เป็นการที่คู่กรณีได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวงเป็นโมฆะตามประมวลแพ่งมาตรา 118 ทั้งปรากฎว่าเวลาซื้อขายกันมิได้วางเงินสดกันเลย จึงพิพากษาให้ยกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2477 นายมาก สิทธิพันธ์ โจทก์ นายหร่ำ ขอบอินทร จำเลย นางสงวน ขอบอินทร์ ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 118