ฎีกาที่ 162/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การ ซื้อขาย ทรัพย์สินแก่กันฉะเพาะตัวฉะเพาะการฉะเพาะสิ่งนั้นจะยกมาตรา 1332 ขึ้นอ้างไม่ได้ เช่าโรงสีแลเครื่องจักร์ของผู้อื่นไปปลูกสร้างในที่ดินของตนชั่วคราว ไม่เรียกว่าผู้เช่าเป็นเจ้าของโรงสีแลเครื่องจักร์ตาม ม.1315 เช่าโรงสีแลเครื่องจักร์เขาไปปลูกสร้างซึ่งต้อมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมจึงมีข้อสัญญากันว่าสิ่งที่ผู้เช่าซ่อมแซมเพิ่มเติมขึ้นยอมยกให้เป็นของผู้ให้เช่านั้นไม่ใช่เรื่อง ซื้อขาย หรือยกให้ ไม่ต้องไปทำ สัญญาแลจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานตาม ม.456-525-1299 ผู้ขายไม่ใช่เจ้าของผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยที่ 1 เช่าโรงสีพร้อมทั้งเครื่องจักรสีเข้าของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครไปตั้งสีเข้าในที่ของจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดตราด แลมีข้อสัญญากันว่าเครื่องอุปกรที่จำเลยสร้างเพิ่มเติมขึ้นต้องตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ด้วยบัดนี้จำเลยที่ 1 ได้ขายเครื่องจักร์โรงสีแลเครื่องอุปกรณ์ที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงฟ้องขอให้เลิกสัญญาเช่าระวางโจทก์กับจำเลยที่ 1 กับขอให้เพิกถอนสัญญา ซื้อขาย ระวางจำเลยที่ 1 ที่ 2 แลขอให้คืนกรรมสิทธิในเครื่องจักร์สีเข้านั้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า (1)จำเลยที่ 2 ควรได้กรรมสิทธิเพราะซื้อโดยสุจริตตาม ม.1332(2) โรงสีกับเครื่องจักร์ได้ปลูกสร้างบนที่ดินของจำเลยที่ 1 ๆ ย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิตาม ม.1315 ฉะนั้นจำเลยที่ 2 ผู้ซื้อจากจำเลยที่ 1 จึงได้กรรมสิทธิ (3)แม้จำเลยที่ 1 จะได้ทำสัญญายกให้โจทก์ก็ใช้ไม่ได้เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์ แลทำสัญญากันเองไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานตาม ม.456-525-1299 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อต่อสู้ของจำเลยข้อ 1 ที่อ้าง ม.1332 นั้นเป็นเรื่องซื้อทรัพย์ในการขายทอดตลาดหรือในท้องตลาด ต่างกับเรื่องนี้เพราะเป็นการตกลง ซื้อขาย แก่กันฉะเพาะตัว ส่วนข้อ 2 เห็นว่าตามมาตรา 1315 นั้นบัญญัติแต่เรื่องสัมภาระของผู้อื่นที่บุคคลใดนำมก่อสร้างบนที่ดินของตนต่างกับคดีนี้เพราะเป็นเรื่องเช่าโรงสีแลเครื่งอจักร์เข้ามาปลูกชั่วคราว บทที่อ้างมาจึงไม่ตรงกับรูปคดีนี้ส่วนข้อ 3 บทกฎหมายที่อ้างขึ้นมาไม่ตรงกับคดีนี้เพราะคดีนี้ไม่ใช่เรื่อง ซื้อขาย แลยกให้เป็นเรื่องเช่าต่างหาก คือจำเลยเช่าโรงสีแลเครื่องจักร์ของโจทก์ไปปลูกสร้าง ซึ่งจะต้องมีการซ่อมแซมเพิ่มเติมจึงได้มีสัญญากันไว้ว่า ถ้าจำเลยไม่เช่าแล้วยอมยกสิ่งที่ตนซ่อมแซมเพิ่มเติมขึ้นให้แก่โจทก์ จึงตัดสินให้เพิกถอนสัญญา ซื้อขาย ระวางจำเลยทั้ง 2 นั้นเสีย ให้กรรมสิทธิโรงสีแลเครื่องจักร์เป็นของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2477 คุณหญิงดำรงค์ธรรมสาร โจทก์ นาย +จิบยองที่ 1 ขุนอภัยโภคากรที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 1332 - 131