ฎีกาที่ 387/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
+ดีที่ศาลลงโทษเมียฐาน ยักยอก +ให้ใช้ราคาทรัพย์แล้วไม่ใช้+ ถ้าหากผัวมิได้อนุญาตหรือให้สัตยาบันในเรื่องนั้นแล้วเจ้าทรัพย์ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์+เป็นสินบริคณห์ระวางผัวเมีย สินเดิม สินบริคณห์ หน้าที่นำสืบ ทรัพย์ที่เป็นสินเดิมถ้าไม่นำ+ว่าไม่ได้เอามาบริคณห์ถือ+เป็นสินบริคณห์
ย่อยาว
คดีนี้ได้ความว่า น. ภรรยาผู้ร้องต้องหาในคดีอาชญา ศาลได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุก 1 ปีตามกฎหมายอาชญามาตรา 314 กับให้ใช้ราคาทรัพย์ 144 บาท น.ไม่ใช้ เจ้าทรัพย์จึงได้นำยึดบ้านเรืองซึ่งเป็นสินเดิมของจำเลย ผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์อ้างว่าผู้ร้องมิได้อนุญาตให้จำเลยกระทำ แลไม่ได้ให้ สัตยาบันในหนี้สินรายนี้โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะยึดได้ เพราะเป็นสินบริคณห์ระวางผู้ร้องกับจำเลย ศาลเดิมให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ให้ถอนการยึดทรัพย์ เจ้าทรัพย์ฎีกาว่ามีอำนาจยึดได้ตามฎีกาที่ 745/127 แลว่าศาลอุทธรณ์ยกมาตรา +8 มาบังคับไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าทรัพย์รายพิพาทแม้จะเป็นสินเดิมของจำเลยก็คงเป็นสินบริคณห์เพราะเจ้าทรัพย์มิได้นำสืบว่าไม่ได้เอามาบริคณห์ แลตามฎีกาที่อ้างมานั้นเป็นหลักกฎหมายก่อนใช้ประมวลแพ่ง ความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลแพ่ง ฯ ตามกฎหมายอาชญามาตรา +1 แลประมวลแพ่ง ฯ ม.424 กล่าวคือเรื่องนี้ต้องพิจารณาด้วยกฎหมายในทางแพ่ง แต่คดีนี้ผู้ร้องหาได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตหรือให้สัตยาบันไม่ แลตามมาตรา 38 จำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำการอันใดที่จะผูกพันสินบริคณห์ได้โดยมิได้รับอนุญาตของสามี จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ถอนการยึดทรัพย์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2477 อัยยการเชียงใหม่ โจทก์ นางนำ ไชยมงคล จำเลย นายปุ๋ย ไชยมงคล ผู้ร้องขัดทรัพย์ อาชญา ม. 314-91 ป.พ.พ. ม. 3-424-38