ฎีกาที่ 1156/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การโฆษนากล่าวถึงการดำเนิรในโรงศาลต้องกระทำไปโดยสุจริตจึงจะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายลักษณอาชญาตามมาตรา 283(4) ในคดี หมิ่นประมาท ศาลจะต้องพิเคราะห์ข้อความที่กล่าวโฆษนานั้นทั้งหมดรวมกันจะดูฉะเพาะบางคำไม่ได้ แต่เมื่อลงโฆษนาข้อความพาดหัวไว้ตอนหนึ่งและแยกลงท้องเรื่องอีกตอนหนึ่งไม่ติดต่อกันแล้วศาลอาจจะพิเคราะห็ข้อความแยกจากกันได้ การโฆษนา หมิ่นประมาท นั้นจะต้องเกิดการเสียหายอาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังผู้ถูก หมิ่นประมาท ด้วย จึงจะเป็นการผิดกฎหมายบรรณาธิการและเจ้าของหนังสือพิมพ์ต้องรับผิดในทางอาชญาในการที่หนังสือพิมพ์ของตนลงข่าวโฆษนา หมิ่นประมาท ผู้อื่น
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยทั้ง 2 เป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ซึ่งลงข่าวคำให้การในศาลในคดีที่เกี่ยวกับจำเลยและเจ้าทุกข์ในคดีนี้ มีคำพาดหัวว่า"หลวงสารา(ผู้ร้องทุกข์) เหยียบย่ำเกียรติทหาร" คำพาดหัวนั้นเป็นคำประพันธ์ของจำเลยเองซึ่งลงไว้ในน่า 1 และเป็นคนละใจความหาตรงกับคำให้การซึ่งจำเลยนำลงนั้นไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำพาดหัวนั้นเป็นคำประพันธ์ของจำเลยและคำให้การในศาลที่ลงนั้นก็หามีข้อความอย่างใดที่แสดงว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้เหยียบย่ำเกียรติทหารไม่ เช่นนี้เป็นข้อส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าตั้งใจโฆษนาใส่ความผู้ร้องทุกข์โดยไม่สุจริต จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายลักษณอาชญา ม.283(4) การที่จำเลยนำสืบอธิบานว่าวิธีเขียนคำพาดหัวเป็นอุบายของการค้าหนังสือพิมพ์อย่างหนึ่ง เพื่อชักชวนให้ประชาชนซื้อหนังสือพิมพ์มากมากนั้น ก็เป็นข้อส่งเสริมให้เห็นว่าจำเลยตั้งใจปั้นความขึ้นโดยหวังผลประโยชน์ในการค้า โดยวิธีปั้นข้อความใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อให้คนทั้งหลายตื่นเต้นเป็นข้อประกอบให้เห็นเจตนาใส่ความเขายิ่งขึ้น อนึ่งแม้ในเรื่อง หมิ่นประมาท จะต้องพิเคราะห์ข้อความทั้งหมดรวมกันจะดูฉะเพาะคำบางคำไม่ได้ก็ดี แต่ในคดีนี้จำเลยลงโฆษนาข้อความพาดหัวไว้ตอนหนึ่งแล้วแยกลงท้องเรื่องอีกตอนหนึ่ง ไม่ติดต่อกันดังนี้จึงชอบที่จะต้องพิเคราะห์ข้อความแยกจากกันและเมื่อข้อความพาดหัวกัวไม่ตรงกับท้องเรื่อง จำเลยก็ต้องรับผิดในคำพาดหัวซึ่งเป็นคำประพันธ์ของจำเลยโดยฉะเพาะและเห็นว่าคำประพันธ์ของจำเลยโดยฉะเพาะและเห็นว่าคำประพันธ์ของจำเลยนั้นเป็นคำ หมิ่นประมาท อยู่ในตัวและเจ้าทุกข์ย่อมได้รับความเสียหาย เพราะอาจทำให้คนทั้งหลายดูหมิ่นและเกลียดชังได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาชญามาตรา 282 ประกอบด้วย พ.ร.บ.สมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ พ.ศ.2470 ม.33 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2477 ตำรวจนครบาล โจทก์ นายดาบเข้า ชวนะกุล,นายกิมเสง ประสังสิต จำเลย อาชญา ม. 283 -2 (4) พ.ร.บ.สมุดเอกสารและหนังสือพิมพ์ พ.ศ.2470 ม. 33