ฎีกาที่ 724/2477
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ปล่อยโคให้เข้ากินข้าวกล้าของเขาเป็นผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ค่าเขาฝากคนอื่น 2 คน แม้จะเป็นคนละคราวก็เป็นผิดฐานโฆษนา หมิ่นประมาท วิธีพิจารณาอาชญา ในคดีอาชญาย่อมให้โอกาศแก่จำเลยเปลี่ยนข้อต่อสู้ได้เต็มที่ ธรรมนูญศาล อำนาจศาลฎีกา เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้แน่นอน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจชี้ขาดข้อเท็จจริงเสียเองได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ขึ้น 12 ค่ำเดือน 10 จำเลยปล่อยโคเ+เข้ากินข้าวกล้าของเจ้าทุกข์ กับโฆษนา หมิ่นประมาท เจ้าทุกข์ด้วย จำเลยต่อสู้ว่ามารดาเจ้าทุกข์อนุญาตเพราะข้าวกล้านั้นเสียใช้ไม่ได้แล้วข้อโฆษนา หมิ่นประมาท จำเลยปฏิเสธ ครั้นเวลานำสืบจำเลยนำสืบว่า ความจริงจำเลยล่ามโคกินข้าวกล้านำสืบว่า ความจริงจำเลยล่ามโคกินข้าวกล้าวันแรม 12 ค่ำเดือน 10 และมีข้อตกลงกับเจ้าทุกข์ว่าเจ้าทุกข์ต้องถอนข้าวกล้าไปให้พ้นน่าของจำเลยภายในกลางคืนเดือน 10 พ้นไปแล้วจำเลยให้โคกินข้าวกล้านั้นได้ ศาลเดิมเห็นว่าการนำสืบฝืนคำให้การ จึงงดสืบพะยานจำเลยแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.2,324 แล 339 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรยอมให้จำเลยมีโอกาศต่อสู้คดีเต็มที่จึงย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสืบพะยานต่อไป ศาลเดิมสืบพะยานจำเลยแล้วคงไม่ยอมรับฟังพะยานจำเลยจึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีอาชญาย่อมให้โอกาศจำเลยต่อสู้คดีได้เต็มภูมิ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยได้ให้การในครั้งแรกอย่างไร แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้แน่นอนเป็นแต่กล่าวว่าถ้าจะต้องฟังดังจำเลยนำสืบจำเลยก็ไม่มีผิดแล้วพิพากษายกฟ้อง เมื่อเป็นเช่นนี้ศาลฎีกาทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะชี้ขาดข้อเท็จจริงได้ และฟังว่าจำเลยทำผิดตาม ม.324 พะยานจำเลยไม่สมข้อต่อสู้ ส่วนข้อโฆษนา หมิ่นประมาท นั้น แม้จำเลยด่าฝากไปกับ ก. และคนละคราวก็ฟังได้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 339 ข้อ 3 จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามศาลเดิม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2477 อัยยการพัทลุง โจทก์ นายแดง พรมศิลา จำเลย อาชญา ม. 324-339 (3) วิธีพิจารณาอาชญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม