ฎีกาที่ 605/2474
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา ค้ำประกัน ผู้ ค้ำประกัน เป็นลูกหนี้ที่ควรได้รับประโยชน์ การตีความในสัญญาประกันต้องตีอย่างเคร่งครัด
ย่อยาว
เดิมโจทก์ชนะความจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 8217 บาทเศษ โจทกจึงนำยึดที่ดิน 2 แปลงซึ่งจำเลยที่ 1 - 2 ได้จำนองไว้กับผู้อื่น ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ 1 - 2 ตกลงทำสัญญากันถอนการยึดที่ดินนั้นมีความว่า "โจทก์จะออกเงินไถ่ที่ดินแปลงหนึ่งแทน แล้วให้จำเลยนำที่ดินแปลงที่ไถ่นั้นมาจำนองกับโจทก์เป็นเงิน 20000 บาท (รวมทั้งหนี้ตามคำพิพากษาด้วย) และจำเลยที่ 1 - 2 จะโอนใบพิศูจน์หนี้ให้โจทก์เพื่อมาหักใช้หนี้รายจำนองนี้ จำเลยที่ 3 เป็นผู้ ค้ำประกัน ว่าถ้าลูกหนี้ (จำเลยที่ 1 - 2) ไม่ไปทำสัญญาจำนอง ไม่โอนใบพิศูจน์หนี้หรือราคาทรัพย์ที่จำนองไม่พอกับเงินกู้ผู้ ค้ำประกัน นี้ใช้ได้ตามสัญญานี้ และตามสัญญาจำนองที่ลูกหนี้ไปทำจนกว่าเสร็จการจำนอง เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญากันแล้ว จำเลยที่ 1 - 2 ได้จำนองที่ดิน 2 แปลงรวมกัน และต้องไถ่พร้อมกัน เป็นอันว่าการไถ่ที่ดินและจำนองกันใหม่ไม่ได้ตามสัญญาข้างต้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 3 ขอให้ใช้เงิน 8217 บาทเศษตามคำพิพากษาเดิม ศาลฎีกาเห็นว่าการตีความในสัญญา ค้ำประกัน นั้นต้องตีความอย่างเคร่งครัด และผู้ ค้ำประกัน เป็นลูกหนี้ที่ควรได้รับประโยชน์ และจะตีความให้ผู้รับประกันรับผิดเกินกว่าที่เขารับรองไม่ได้ในสัญญาไม่ปรากฎว่าถ้าจำเลยที่ 1 - 2 ไถ่ถอนที่ดินไม่ได้แล้ว ผู้รับประกันจะต้องรับผิดในหนี้สินเดิม เพราะฉะนั้นผู้รับประกันจึงไม่ต้องรับผิด สวนเรื่องโอนใบพิศูจน์หนี้ ก็ปรากฎว่าโจทก์ยังไม่ยอมรับเพราะว่าเรื่องจำนองยังไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นจำเลยที่ 3 ก็ยังไม่ต้องรับผิด จึงตัดสินให้จำเลยที่ 3 พ้นจากการรับผิดในฐานที่เป็นนายประกันตามสัญญานั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2474 นายวีเต๊กเป๋า โจทก์ นายตันกุยบู๋ที่ 1 นางผินที่ 2 พระยานครฯ ที่ 3 จำเลย ป.พ.พ. ม. 11 - 680 ป.วิ.พ.