ฎีกาที่ 378/2474
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หญิงมีสามีไปทำสัญญา ค้ำประกัน โดยมิได้รับอนุญาตจากสามี นิติกรรมนั้นไม่ผูกพันสินบริคณห์ ม.41 นั้นบัญญัติฉะเพาะเรื่องหญิงมีสามีได้รับอนุญาตจากสามีให้ ทำการค้าแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากแล้วหนี้สินเกิดจากการค้านั้นผู้พันสินบริคณห์ฉะเพาะส่วนของหญิง
ย่อยาว
ได้ความว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาผู้ร้องได้ทำยอมต่อศาลใช้ต้นเงินแลดอกเบี้ยให้ โจทก์เป็นเงิน 1121 บาทเศษ ในฐานเป็นผู้ ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 โจทก์จึงนำยึดโรงสีไฟซึ่งเป็นสินบริคณห์ระวางจำเลยที่ 2 กับผู้ร้อง ศาลเดิมตัดสินว่าการที่จำเลยที่ 2 ไปทำสัญญานั้นผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย จึงให้ถอนการยึด ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตาม ม.38 แห่งประมวลแพ่ง หญิงมีสามีจะทำนิติกรรมใด ๆ ย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย แต่ไม่ผูกพันสินบริคณห์เมื่อมิได้รับอนุญาตจากสามี ดังนั้นกฎหมายจึงบัญญัติว่าเป็นโมฆียะ ถ้าสามีให้สัตยาบันภายหลังแล้ว นิติกรรมนั้นก็สมบูรณ์ในสินบริคณห์ ส่วน ม.41 วรรคสุดท้ายนั้นเป็นบทบัญญัติในเรื่องที่หญิงได้รับอนุญาตจากสามีให้ทำกิจการค้าขายแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก คือถ้าหญิงมีหนี้สินเกิดขึ้นเนื่องตากกิจการค้าดังว่าไว้ในวรรค 1 แล 2 เจ้าหนี้มีสิทธิยึดสินบริคณห์ได้ฉะเพาะที่เป็ฯส่วนของหญิง คดีนี้จำเลยที่ 2 หาได้เป็นหนี้โจทก์ในการค้าขายไม่ แลเมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากสามีในการที่ทำสัญญาประกันแล้ว นิติกรรมนั้นจึงไม่ผู้พันสินบริคณห์ แลตัดสินยืนตามศาลเดิม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 378/2474 นางเขียน โจทก์ นางเสงี่ยมที่ 1 นางเซียะ เตียนที่ 2 จำเลย นายเซียะชำ ผู้ร้องขัดทรัพย์ ป.พ.พ. ม. 38-41