ฎีกาที่ 325/2474
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประกาศห้ามมิให้คู่ความเก็บเอาคดีที่ศาลโปริสภาตัดวสินแล้วมาฟ้องก่อนได้อนุญาตศาลสูง การฟ้องคดีอาชญานั้น ต้องฟ้องยังศาลโปริสภาให้ไต่สวนเสียก่อน จะตรงมาฟ้องยังศาลพระราชอาชญาที่เดียวไม่ได้
ย่อยาว
เดิมกรรมการตำรวจนครบาลฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายอย่างเดียวต่อศาลโปริสภา ๆ ไต่สวนแล้วสั่งให้ โจทก์ฟ้องจำเลยยังศาลสูง ครั้น โจทก์มาฟ้องจำเลยยังศาลพระราชอาชญา กลับมีข้อหาเิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ชิงทรัพย์ ด้วยอีกสถานหนึ่งดังนี้ ปัญหามีว่าคดีที่ศาลโปริสภายังไม่ได้ไต่สวน คงรับฟ้องแต่ฉะเพาะข้อหาเรื่องทำร้างร่างกายอย่างเดียว โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่าคดีชะนิดนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.14 พ.ร.บ. ตั้งศาลโปริสภา ม.8 พ.ร.บ.ว่าด้วยหน้าที่ราชการซึ่งเกี่ยวข้องกันอยู่ในระวางกระทรวงนครบาลและยุตติธรรม ม.3 แลวิธีการที่ได้ปฏิบัติมาแสดงให้ เห็นว่าศาลโปริสภาต้องไต่สวนก่อน ยังมีประกาศห้ามมิให้คู่ความเก๊บเอาคดีที่ศาลโปริสภาตัดสินแล้วมาฟ้องก่อนได้รับอนุญาตจากศาลสงอีกฉะบับ 1 ซึ่งสนับสนุนให้เห็นว่าศาลโปริสภามีหน้าที่ไต่สวนก่อน ส่วนข้อที่ โจทก์ว่าอัยยการมีอำนาจฟ้องได้ตามพระธรรมนูญ ม.35 นั้นเห็ฯว่าตามกฎหมายนี้เป็นแต่ให้อัยยการมีอำนาจฟ้องความ แต่อัยยการต้องดำเนินตามวิธีพิจารณาแลกฎหมายแลเมื่อ โจทก์ยังมิได้ฟ้องให้ศาลโปริสภาไต่สวนก่อนแล้ว ศาลพระราชอาชญาก๊มีอำนาจไม่รับข้อหาฐาน ชิงทรัพย์ ไว้พิจารณา จึงตัดสินยืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2474 กรมอัยยการ โจทก์ นายจือฮก จำเลย วิธีพิจารณาอาชญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 14 - 35 พ.ร.บ.ตั้งศาลโปริสภา ร.ศ.111 ม. 8 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความมีโทษสำหรับใช้ไปพลางก่อน ร.ศ.115 ม. 3-4-6 พ.ร.บ.ว่าด้วยหน้าที่ราชการ ซึ่งเกี่ยวข้องกันอยู่ในระหว่างกระทรวงนครบาล และกระทรวงยุติธรรม ร.ศ.116 ม. 3