ฎีกาที่ 1264/2473
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พฤตติการณ์อย่างไร เรียกว่าการกระทำผิดขาดตอนกันแล้ว วิธีพิจารณาอาชญา การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยมีผิดฐานชิงหรือปล้นนั้น ในชั้นแรกต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าความผิดฐานลักในตอนแรกกับความผิดในตอนหลังขาดตอนกันแล้วหรือยัง พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.3 แก้มาก ศาลเดิมลงปล้น 10 ปี ศาลอุทธรณ์ลงชิง 3 ปี ฎีกาได้
ย่อยาว
ได้ความว่าเจ้าทรัพย์กลับมาจากดูงานทราบว่าโคของตัสหายไป แลได้นำความไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน แล้วเจ้าทรัพย์กับพวกจึงออกติดตามพบจำเลยกับพวกอีก 2 คนกำลังพาโคหนี พวกเจ้าทรัพย์ตามทัน จำเลยพูดขู่ว่าเข้ามาจะแทง พวกเจ้าทรัพย์โดดเข้าจับจำเลยเอากฤชแทงไม่ถูก พวกเจ้าทรัพย์เอามีดฟันถูกจำเลย แล้วจำเลยกับพวกวิ่งหนี้แยกกันไป ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยมีผิดตาม ม.301 จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษตาม ม.72 อีก 1 ใน 3 รวมโทษ 13 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม.288 ประกอบด้วย ม.293 ข้อ 7 แล 294 ข้อ 6 จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษตาม ม.72 อีก 1 ใน 3 รวม 4 ปี ฎีกาเห็นว่า เมื่อพวกเจ้าทรัพย์ได้ติดตามคนร้ายไปนั้นเปนเวลาภายหลังเวลาที่โคหายนานแล้ว ตามพฤติการณ์ต้องฟังว่าการ ลักทรัพย์ ได้ขาดตอนไปแล้วกิริยาที่จำเลยทำลงในตอนหลังนี้จึงเปนความผิดอีกกรรมหนึ่ง ไม่ต่อเนื่องกันจำเลยมีผิด 2 กะทง คือฐานลักตาม ม.293 ข้อ 1,7,11 ประกอบด้วย ม.294 ข้อ 6 กะทงหนึ่งให้จำคุก 1 ปี กับฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ม. 255-60 ประกอบด้วย ม.250 (6) อีกกระทงหนึ่งให้จำคุก 8 เดือน รวมโทษ 2 กะทง 1 ปี 8 เดือน เพิ่มโทษตาม ม.72 รวมเปนโทษ 2 ปี 2 เดือน 20 วัน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2473 อัยยการพัทลุง โจทก์ นายฝัน ชุมเสน จำเลย อาชญา ม. 299 , ม. 293 , ม. 255 , ม. 250 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม. 3